Human Sacrifice: ศรัทธาแห่งผู้วายชนม์

เธียรธร เธียรสูตร
11 ม.ค. 22
ใช้เวลาอ่าน : 9 นาที

CW: Death | TW: Self-harm, Violence, Murder

Human Sac

หากเราพูดถึงอารยธรรมโบราณแถบลาตินอเมริกาอย่าง แอซเท็ก มายา หรืออินคา เราคงไม่วายนึกถึงอาณาจักรโบราณอันยิ่งใหญ่ที่คงความรุ่งเรืองเอาไว้ได้อย่างยาวนานหลายพันปี สถาปัตยกรรมพีระมิดยอดตัดรูปทรงสวยงามแปลกตา หรือไม่ก็ปฏิทินโบราณของชาวมายาที่ทำให้ผู้คนในปี 2012 วิ่งเต้นเป็นกระต่ายตื่นตูม แต่ในบทความนี้ ผู้เขียนจะนำเสนอแง่มุมทางศาสนาที่น่าสนใจ โดยจะลองเริ่มจากการยกตัวอย่างความเชื่อทางศาสนาของชนพื้นเมืองแถบลาตินอเมริกาหรือแม้กระทั่งในศาสนาอื่น ๆ รอบตัวเรา ที่สะท้อนออกมาผ่านการให้คุณค่าแก่ความเชื่อทางศาสนาที่ฝังอยู่กับผู้คนในแทบทุกอณูของวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ

ทุกท่านไม่ว่าจะอยู่ในวัยเด็กหรือผู้ใหญ่คงเคยได้ยินคำว่า “บูชายัญ” ผ่านหูกันมาบ้างไม่มากก็น้อย อย่างที่ใกล้ตัวที่สุดเห็นจะเป็นความเชื่อเรื่องการสังเวยชีวิตสัตว์เพื่อเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในลัทธิผี เช่น ประเพณีเลี้ยงดงหรือการฆ่าควายเลี้ยงผี อย่างที่เราเห็นกันได้จากในภาพยนตร์เรื่อง ร่างทรง เช่นนั้นแล้ว การบูชายัญโดยทั่วไปที่เราอาจเห็นได้บ่อยครั้งมักจะเป็นการบูชายัญสัตว์เสียเป็นส่วนมาก คำว่า “บูชายัญ” สันนิษฐานว่ามีต้นกำเนิดคำมาจากพิธียัญญะในศาสนาพราหมณ์ ซึ่งเป็นการบวงสรวงเทพเจ้าวิธีหนึ่งของเหล่าพราหมณ์ โดยพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ได้ให้ความหมายคำนี้ว่า “การบูชาของพราหมณ์อย่างหนึ่ง, การเซ่นสรวงด้วยวิธีฆ่าคนหรือสัตว์เป็นเครื่องบูชา” จะเห็นได้ว่ามิติของการบูชายัญแท้จริงแล้วมิได้มีแต่เพียงการสังเวยชีวิตสัตว์อย่างที่มักเห็นกันได้บ่อยครั้งในอารยธรรมแถบที่ใกล้ตัวเราเท่านั้น แต่ในบางท้องที่หรือบางทวีปในโลก ก็พบว่ามีการใช้ชีวิตมนุษย์เป็นเครื่องสังเวยแด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน

การบูชายัญมนุษย์ เป็นวิธีการเซ่นไหว้เทพเจ้าวิธีหนึ่งในความเชื่อที่พบได้ทั่วไปในหลายท้องที่ หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจก็ได้แก่ การบูชายัญมนุษย์ในอารยธรรมแถบลาตินอเมริกา โดยจะพบได้มากในอารยธรรมแอซเท็ก และพบได้บ้างในอารยธรรมหรือจักรวรรดิอื่น ๆ เช่น มายาและอินคา วิธีที่ “คลาสสิก” ที่สุดหรือพบได้ทั่วไปที่สุดในการบูชายัญมนุษย์ของอารยธรรมแถบนี้ คือการนำเหยื่อบูชายัญมาชำระล้างร่างกายให้บริสุทธิ์ แต่งตัวเหยื่อด้วยอาภรณ์แบบเทพเจ้า ครั้นถึงเวลาประกอบพิธี เหยื่อก็จะถูกนำตัวขึ้นสู่แท่นพิธีบนยอดพีระมิด ในขั้นตอนการสังเวยชีวิต เหยื่อจะถูกจับตรึงโดยพระถึง 4 รูป และจะถูกปลิดชีพโดยพระที่มีตำแหน่งสูงสุดด้วยการใช้มีดศักดิ์สิทธิ์กรีดลงไปบนอกเพื่อนำหัวใจออกมาและชูขึ้นหาพระอาทิตย์ หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการจัดการศพตามประเพณีในลำดับถัดไป

นอกจากการทำพิธีบูชายัญมนุษย์แบบทั่วไปที่กระทำด้วยขั้นตอนที่สลับซับซ้อนและรัดกุมนี้แล้ว ในอารยธรรมแถบลาตินอเมริกายังมีการบูชายัญมนุษย์ด้วยวิธีอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น การบูชายัญตนเอง (Self-sacrifice) การเผาทั้งเป็นในกองไฟ การถูกตรึงและปลิดชีวิตโดยระดมยิงธนูใส่ อีกทั้ง ในแง่ของเหยื่อหรือมนุษย์ผู้ตกเป็นเครื่องสังเวยแด่เทพเจ้าก็มีความหลากหลายปะปนกันไป ตั้งแต่เชลยสงครามที่ถูกบังคับให้ต้องตกเป็นเครื่องสังเวย เด็ก หรือผู้ที่ผ่านการคัดเลือกโดยต้องมีลักษณะที่ดีและมีความสามารถในการเต้นระบำ และเอาเข้าจริง ๆ นอกจากจุดประสงค์ทางศาสนาแล้ว การบูชายัญมนุษย์ก็ยังมีจุดประสงค์อื่น ๆ แอบแฝงอีก ไม่ว่าจะ เพื่อแสดงอำนาจทางการเมืองที่ยังมาซึ่งผลประโยชน์ด้านการปกครอง อย่างการข่มขู่ให้เมืองรอบข้างที่เป็นศัตรูเกรงกลัวรวมถึงให้ประชาชนในเมืองเชื่อฟัง หรือเพื่อทดแทนอาหารด้วยเนื้อมนุษย์ในช่วงที่ขาดแคลน เป็นต้น

หลายท่านอาจคิดไปว่า วัฒนธรรมและความเชื่อเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไกลตัวนัก แต่หากลองพิเคราะห์ดูแล้ว จะเห็นว่าแนวคิดพื้นฐานของการบูชายัญมนุษย์หรือการเสียสละชีวิตเพื่อบวงสรวงและบูชาเทพเจ้า ก็มีปรากฏในศาสนาหรือลัทธิความเชื่ออื่น ๆ ที่ใกล้ตัวเราเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเรื่องการเป็น “มรณสักขี” (martyr) อันเป็นแนวคิดของคริสต์ศาสนิกชนที่แสดงให้เห็นภาพของศรัทธาอันแรงกล้าต่อพระผู้เป็นเจ้าที่จะยอมตายเพื่อปกป้องศาสนา กล่าวคือ พวกเขาเหล่านี้เป็นคริสตชนที่ต้องจบชีวิตลงจากการไม่ละทิ้งศรัทธาต่อพระเจ้าเมื่อรัฐไม่ยอมรับขันติธรรมทางศาสนาหรือมีผู้อื่นบังคับให้เลิกนับถือ อย่าง “มรณสักขีแห่งสองคอน” ทั้ง 7 คนที่ถูกตำรวจไทยยิงเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2483 เนื่องจากไม่ยอมเลิกนับถือศาสนาคริสต์ เป็นต้น และสำหรับศาสนาพุทธในประเทศไทย อาจมองได้ว่าไม่ได้มีแนวคิดเรื่องการบูชายัญหรือการเสียสละชีวิตที่เห็นได้อย่างชัดเจนนัก แต่ถ้ามองในแง่มุมของเรื่องเล่าทางพระพุทธศาสนาหรือพุทธประวัติ อย่างในกรณีของสาวกของพระพุทธเจ้ารูปหนึ่งที่ได้รับการยกย่องอย่างมาก นั่นคือ “พระอานนท์” แล้ว เราจะเห็นว่า ในประวัติของท่านที่เราร่ำเรียนกันมา ท่านได้แสดงความจงรักภักดีและความศรัทธาต่อพระพุทธเจ้าอย่างแรงกล้าผ่านการอาสาปกป้ององค์ศาสดาด้วยชีวิต เช่น เมื่อครั้งที่พระอานนท์เข้าไปยืนขวางหน้าไม่ให้ช้างนาฬาคีรีที่พระเจ้าเทวทัตส่งมาทำร้ายพระพุทธเจ้าได้ หรือความเชื่อของพุทธศาสนิกชนในบางลัทธิ อย่างในลัทธิอนาคตวงศ์ ก็มีความเชื่อเรื่องการตัดและเผาศีรษะตนเองเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเช่นกัน ความเชื่อและตำนานที่ถูกถ่ายทอดออกมาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่แสดงความศรัทธาต่อศาสนาที่สังคม (อย่างน้อยก็พุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสศรัทธาต่อศาสนาอย่างแรงกล้า) ยกย่องทั้งสิ้น

หลายท่านอาจมองว่าผู้เขียนกำลังพยายามสร้าง “False analogy” หรือ “อุปมาเทียม” อยู่ก็เป็นได้ แต่หากลองมองและขับเน้นไปที่แนวคิดและจุดประสงค์หลักของพิธีกรรมทางศาสนาหรือการยกย่องผู้คนเหล่านี้ จะเห็นว่ามีแนวคิดสำคัญร่วมกันประการหนึ่งคือการเสียสละชีวิตของตนเอง ของผู้อื่น หรือของสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อจุดประสงค์ทางศาสนาหรือความเชื่อด้วยศรัทธาอันแรงกล้า หากลองยกตัวอย่างจากกรณีของมรณสักขีในศาสนาคริสต์ เราจะเห็นว่า แม้ต้องเสียสละชีวิตเพื่อศาสนา ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมรณสักขีก็จะไม่เกรงกลัวต่อความตายและยังคงศรัทธาอันแรงกล้าต่อพระเจ้าจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต ซึ่งในอีกนัยหนึ่งแนวคิดเรื่องความศรัทธาอันเหนียวแน่นนี้เอง ก็เป็นหลักใหญ่ใจความหลักหนึ่งที่สำคัญของการเป็นคริสตชนที่ดี และผู้ที่มีศรัทธาแรงกล้าเช่นนี้ก็ย่อมได้ไปสู่จุดมุ่งหมายสูงสุดของคริสต์ศาสนิกชน นั่นคือการได้ไปอยู่กับพระผู้เป็นเจ้าในโลกหลังความตาย

ความเชื่อเรื่องจิต วิญญาณ และโลกหลังความตาย เป็นความเชื่อพื้นฐานหนึ่งของหลายศาสนา การมีความเชื่อในเรื่องเช่นนี้มิใช่ความผิดหรือเป็นเรื่องน่าตำหนิแต่อย่างใด ที่สำคัญคือผู้ที่มิได้เชื่อถือ ก็ไม่ควรลบหลู่หรือดูแคลนผู้ที่ยึดมั่นในแนวคิดหรือความเชื่อหนึ่ง ๆ นี้ ตราบใดที่ความเชื่อดังกล่าวนั้นมิได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น แต่อย่างในกรณีการสังเวยชีวิตมนุษย์ผู้อื่นหรือการสังเวยชีวิตของตนเองเพื่อจุดประสงค์ทางศาสนา หากเราลองคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าประเพณีและพิธีกรรมดังกล่าวยังคงประกอบกันอยู่ในห้วงเวลาปัจจุบัน ภายใต้บริบทปัจจุบัน และภายใต้ความตื่นรู้ของคนในสมัยนี้ ผู้คนจะยังยอมรับพิธีกรรมเหล่านี้อยู่หรือไม่ จะมีมิติไหนที่สามารถอธิบายความสลับซับซ้อน และลบล้างความกระอักกระอ่วนของการถกเถียงในเรื่องดังกล่าวนี้ได้ เราจะสามารถมองการบูชายัญตนเองหรือแม้กระทั่งการบูชายัญเหยื่อที่เต็มใจถูกฆ่าเพื่อจุดประสงค์ทางศาสนาและความศรัทธาผ่านเลนส์เดียวกับการฆ่าตัวตายหรือการทำการุณยฆาตได้หรือไม่ ในเมื่อเจ้าของชีวิตไม่ต้องการชีวิตของตนเองแล้ว แต่กลับประสงค์ยกให้แก่ผู้อื่นที่เขาผู้นั้นศรัทธา ประเด็นเหล่านี้เองก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องขบคิดและถกเถียงกันต่อไปบนโลกที่กระดาษคำตอบมิได้มีเพียงถูกผิดหรือข้อตัวเลือกที่จำกัดอีกต่อไป

 

 

แหล่งอ้างอิง

ศิลปวัฒนธรรม. (2564). ลัทธิอนาคตวงศ์ : ต้นตอการตัดหัว-เผาตัวถวายเป็นพุทธบูชา. สืบค้นจาก https://www.silpa-mag.com/history/article_65907

Olivier, G. (2010). Sacrificio humano, mito y poder entre los mexicas. Retrieved from https://letraslibres.com/revista/sacrificio-humano-mito-y-poder-entre-los-mexicas/

Phillips, C. (2004). The Lost History of Aztec & Maya. London: Anness Publishing Ltd.

Victory Tale. (2563). อาชญากรรมที่ถูกลืม: มรณสักขีแห่งสองคอน. สืบค้นจาก https://victorytale.com/th/seven-thai-martyr/

Tag: #บูชายัญ#ร่างทรง#ลาตินอเมริกา#martyr#มรณสักขีแห่งสองคอน#ลัทธิอนาคตวงศ์#การุณยฆาต
Share

เธียรธร เธียรสูตร

เธียรธร เธียรสูตร

Author

ส่วนประกอบของจิตและกายในดินแดนคว้างที่ไร้โมงยาม
ธมลวรรณ โล้ววัชรากร

ธมลวรรณ โล้ววัชรากร

Proof Reader

To Whom It May Concern
บุญญาภิวัฒน์ สมบูรณ์ทรัพย์

บุญญาภิวัฒน์ สมบูรณ์ทรัพย์

Artworker

思い切り
Suggestion
Book Cover
รีวิวหนังสือการเมืองประวัติศาสตร์ประเด็นสังคมและข้อเรียกร้อง

จนกว่า “ปีศาจ” จะพบกันอีก—#ให้คนเท่ากัน ผ่านวรรณกรรมไทยยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง

เกวลิน ถนอมทอง
116
6 ม.ค. 22
Book Cover
ประเด็นสังคมและข้อเรียกร้องศิลปวัฒนธรรมชุมชนประวัติศาสตร์จุฬาฯ

ในนามแห่งการพัฒนาและความ ‘เชื่อมต่อในด้านประวัติศาสตร์’ สักการะสุดท้ายแด่ ‘ศาลเจ้...

ธนาพัฒน์ มีฉิม
144
5 ม.ค. 22
Book Cover
ประเด็นสังคมและข้อเรียกร้องประวัติศาสตร์

กระจกวิเศษบอกข้าที เหล่าเจ้าหญิงดิสนีย์เล่าถึงเฟมินิสต์และสังคมอย่างไร

ณัฏฐณิชา ภู่คล้าย
178
2 ม.ค. 22