Article,Chula Life

มองความเชื่อในรั้วสีชมพูผ่านเลนส์


โดย เมื่อ

ในปีหนึ่งๆ จุฬาฯมีนิสิตนับหมื่นคนเดินเข้าและออกจากสถานศึกษาแห่งนี้ บ้างมาเรียน บ้างมาทำกิจกรรม ไหนจะบุคลากรอื่นที่ไม่ใช่นิสิต เช่น อาจารย์ พนักงานขับรถ พนักงานทำความสะอาด ยิ่งสถานที่นั้นมีคนเยอะ ความคิดในแต่ละเรื่องก็ยิ่งแตกต่างหลากหลาย หรือพูดง่ายๆก็คือยิ่งมากคนก็ยิ่งมากความคิด และความคิดก็นำมาซึ่งความเชื่อ “ความเชื่อที่แตกต่างกัน” “ความเชื่อกระจายตัวอยู่ทุกที่ เราจะสัมผัสถึงได้หากเรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับความเชื่อนั้น ในจุฬาลงกรณ์แห่งนี้ก็มีความเชื่อมากมาย อาจเป็นความเชื่อที่น่ารักๆ ของนิสิตกลุ่มเล็กๆ หรืออาจจะเป็น ความเชื่อของคนส่วนมากในการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน แล้วคุณล่ะ มีความเชื่อแบบไหนบ้างในจุฬาฯแห่งนี้” “ชโย ชโย จุฬาฯ สถานศึกษาสง่าพระนาม” “ความเชื่อเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล ต่างคนก็ต่างมีความเชื่อเป็นของตัวเอง ความเชื่อที่เรายึดถืออาจไม่เป็นความจริง และสิ่งที่เราคิดว่าเป็นความจริงก็อาจเป็นแค่ความเชื่อของคนกลุ่มหนึ่ง เราไม่อาจรู้ได้ว่าแต่ละคนมีความเชื่ออย่างไร จนกระทั่งเราได้ไปพูดคุยกับพวกเขา ลองเปิดใจรับอะไรใหม่ๆ พูดคุยกับคนอื่นเยอะๆ เราจะได้อะไรกลับมามากมายแน่นอน” “เด็กวิทย์กีฬา เค้าก็ไม่ได้เป็นนักกีฬาสุดโหดทุกคนหรอกนะ” สิ่งที่เราคิดว่าเป็นความจริงก็อาจเป็นแค่ความเชื่อของคนกลุ่มหนึ่ง เราไม่อาจรู้ได้ว่าแต่ละคนมีความเชื่ออย่างไร จนกระทั่งเราได้ไปพูดคุยกับพวกเขา ลองเปิดใจรับอะไรใหม่ๆ เราจะได้อะไรกลับมามากมายแน่นอน “มีความเชื่อยิบย่อยที่ถูกจำกัดอยู่แค่ในบางสังคม บางคนก็เจอกับมันทุกวัน แต่สำหรับบางคนที่ไม่ใช่คนในท้องที่นั้นๆ ก็คงไม่อาจจะรู้ได้เลย เพราะอันที่จริงแล้วทุกๆที่ในจุฬาฯ มี รายละเอียดเล็กๆซ่อนอยู่มากมาย อาจเป็นความเชื่อที่สร้างความเฮฮาในหมู่เพื่อน ความเชื่อสนุกๆในแต่ละกิจกรรมของคณะ หรือ ความเชื่อที่ทำให้เราขนหัวลุก ทุกสิ่งพร้อมที่จะให้เราไปค้นหา ถ้าเรากล้าเปิดใจ” “ถาปัตย์เป็นอีกคณะที่มีความเชื่อเยอะและน่าสนใจมาก แต่มันถูกจำกัดอยู่ในลานของพวกเขาแหละ ไม่ค่อยมีใครรู้เท่าไหร่นัก” “ความเชื่อมักเป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ นี่เองที่ทำให้สิ่งนี้แตกต่างจากความจริง แต่ความเชื่อก็เป็นจริงในความรู้สึกของเราเสมอ ถึงเราจะเป็นนิสิตที่ศึกษาเกี่ยวกับหลักความจริง สิ่งที่เป็นตรรกะ แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของใครหลายคนทั้งยามสุขและยามทุกข์เช่นกัน เราอยู่ในสังคมที่มีความลงตัวระหว่างวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์” “เข้าหอประชุมแล้วเคารพองค์พ่อด้วยนะครับน้องๆ” “ความเชื่อ ถ้าจะให้เปรียบก็คงเหมือนกับเพลง เพลงบางเพลงเมื่อหมดยุคสมัยของมัน เพลงก็ถูกลืมเลือนไปตามวันเวลา มีเพลงใหม่ๆ เข้ามาแทนที่อยู่เสมอ บางเพลงก็ฮิตติดตลาดยาวนานเหลือเกิน บางเพลงก็ดังเป็นพลุแตก แล้วก็เงียบหายไป นั่นก็อยู่ที่ว่าคนในรุ่นนี้ได้ร้องเพลงให้คนรุ่นหลังได้ฟังสืบทอดต่อไปไหม” “ตึกนี้เคยใช้ทำกิจกรรมของจุฬาฯมากมาย พอเวลาผ่านไปที่แห่งนี้ก็กลายเป็นเพียงอนุสรณ์ความทรงจำของพี่ๆ รุ่นก่อนๆ” ความเชื่อ ถ้าจะให้เปรียบก็คงเหมือนกับเพลง เพลงก็ถูกลืมเลือนไปตามวันเวลา บางเพลงก็ฮิตติดตลาดยาวนาน อยู่ที่ว่าคนในรุ่นนี้ได้ร้องเพลงให้คนรุ่นหลังได้ฟังสืบทอดต่อไปไหม “ความเชื่อส่วนใหญ่ ถูกตีกรอบด้วยสถานที่ สถานที่แห่งหนึ่งมีความเชื่อแบบนี้ อีกสถานที่หนึ่งก็มีอีกแบบ หรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้ เพราะผู้คนมีความทรงจำต่อเวลา สถานการณ์ และสถานที่ ความเชื่อจึงถูกตรึงอยู่กับสถานที่ด้วย” “ไหนตุ๊กแกน้า ว่ากันว่าใครเจอตุ๊กแกบนเรือสำเภาที่อยู่ในตึกนี้จะได้แฟนเป็นเด็กบัญชีแหละ”  

ปิดโหมดสีเทา