Interview

พลิกความเชื่อ “ใครว่ารักแท้ผ่านแอพพลิเคชั่นไม่มีอยู่จริง”


โดย , เมื่อ

  ทินเดอร์อาจจะเป็นแอปพลิเคชัน ที่หลายคนเชื่อว่ายากที่จะเจอความรักจริงๆ แต่โซ่ ธนภรณ์ ชายหาด คณะวิทยาศาสตร์ ปีสอง กลับเป็นอีกหนึ่งคนที่ยังเห็นว่าไม่ว่าจะชีวิตจริงหรือแอปพลิเคชัน ก็มีรักดีๆ เกิดขึ้นได้ ความรักครั้งนี้เกิดขึ้นได้ยังไง “ตอนแรกคือเล่นแบบขำๆ ก็ไม่ได้เชื่อว่าจะเจอความรักได้ แต่ส่วนหนึ่งคือเรามีเพื่อนเป็นฝรั่งเยอะ เลยใช้ทินเดอร์ (Tinder) เป็นส่วนหนึ่งในการฝึกภาษาอังกฤษด้วย” เล่นนานแค่ไหนแล้วเจอกับแฟนคนปัจจุบันได้ไง สามเดือนที่โหลดแอปพลิเคชันนี้ไว้ในโทรศัพท์ แต่โซ่บอกว่าเธอไม่ได้เล่นแบบจริงจัง แต่นี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของรักครั้งนี้ “ถ้าปัดขวาคือถูกใจ ถ้าไม่ชอบก็ปัดซ้าย เราปัดหน้าจอไปเรื่อยๆ แล้วก็เจอรูปเขา (แฟนคนปัจจุบัน)  เลยกดเข้าไปอ่านประวัติแบบย่อของเขา เขาลงประมาณว่า เป็นสุภาพบุรุษ 90% อีก 10% เป็นวายร้าย เราว่ามันดูตลกๆ ดี เลยปัดขวา ถ้าสองคนปัดขวาเหมือนกันก็จะแมทช์กัน ถึงจะส่งข้อความคุยกันได้ แล้วเราสองคนก็แมทช์กัน” โซ่บอกว่าตอนที่ปัดขวาไปเขาอยู่ห่างออกไปประมาณสามกิโลเมตร แต่หลังจาก Match กันแล้วก็ยังไม่ได้คุยกันทันที ผ่านไปสักพักเขาจึงทักมา “เค้าบอกว่าเค้าเพิ่งถึงสิงคโปร์ เราก็ดูระยะทางมันเปลี่ยนจากสามกิโลฯ เป็นสามพันกว่ากิโลฯ สรุปคือเค้าเป็นคนสิงคโปร์ที่มาเที่ยวไทย” โซ่บอกอีกว่า ตอนแรกก็ไม่ได้คิดจริงจัง เพราะเค้าอยู่ไกล ถ้าอยู่ไทยก็คงนัดเดทกันไปแล้ว “ก่อนหน้านี้เราก็แบบนานๆ ทีถึงจะตอบ เพราะรู้สึกว่าคงเป็นไปได้ แต่มันมีช่วงหนึ่งที่เค้าโทรวิดีโอผ่านไลน์มา แรกๆ เราก็ไม่อยากรับ เหมือนเจอในทินเดอร์ เรากลัว ก็ปฏิเสธไป” โซ่บอกว่าคนที่เคยเล่นทินเดอร์จะรู้ว่าในแอปพลิเคชันมีคนหลายประเภท รวมไปถึงบางคนที่จู่ๆ ก็ทักมาชวนไปทำกิจกรรมเข้าจังหวะตรงๆ หรือบางครั้งก็ส่งรูปวาบหวิวมาให้ใจหายเล่น จึงทำให้ตัวเองอดกลัวไม่ได้ว่าการโทรวิดิโอมาของอีกฝ่ายอาจมีจุดประสงค์แอบแฝง “แต่พอได้คุยกับไปเรื่อยๆ เราได้รู้จักตัวตนเขามากขึ้น ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นคนทัศนคติดี ความคิดดี หลังจากนั้นก็ได้คุยกันมากขึ้น เรื่อยๆ แล้วก็คุยกันมาตลอด” ทำไมถึงเชื่อในรักครั้งนี้ “คือบางทีเราคบกับใครสักคน เราโฟกัสแค่ปัจจุบัน แต่สำหรับเขา คือเขาคิดไปถึงอนาคตไว้เยอะมาก อย่างเช่น เราไม่ค่อยได้เจอกันนะ เราจะทำยังไง เราจะวางแผนยังไง เขาคิดไว้หมดเลย ทำให้เรารู้สึกว่า ผู้ชายคนนี้โอเค ถ้าจะเชื่อดูก็ไม่เสียหาย” อะไรเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ทางไกลเป็นไปได้ “ส่วนตัวเราเป็นคนที่ถ้ามีความรักหรือมีแฟน จะไม่ค่อยเป็นคนที่เยอะมาก ไม่ต้องเจอก็ได้ นานๆ เจอทีเราโอเค เพราะเราเป็นคนรักอิสระนิดนึง แบบว่าอยากมีพื้นที่ส่วนตัว เลยไม่ได้มีปัญหาในเรื่องนั้น ส่วนเขาก็จะคอยพูดอยู่ตลอดว่าเค้ารู้สึกยังไง บอกตลอดว่า ถึงจะห่างกัน แต่ก็ให้เรารับรู้ว่าเขารู้สึกยังไงกับเรา” “ตัวเขาทำให้เรารู้สึกเชื่อว่ามันเป็นไปได้ คือเราก็เคยคุยกันแรกๆ ว่า เออมันดูไม่น่าเป็นไปไม่ได้เลยนะ เจอกันในทินเดอร์ แถมเขากลับประเทศเขาไปแล้ว ไม่ใช่มาเจอกันตอนที่อยู่ไทย แต่เราก็คุยกันมาได้จนถึงตอนนี้” คิดว่าความสัมพันธ์ในอนาคตต่อจากนี้จะเป็นยังไง “ก็… (นิ่งคิด) ตอนนี้ก็คงต้องเชื่อ ว่าจะทำให้มันเป็นไปได้จริงๆ แต่เหมือนเราก็วางแผนกันว่าเราจะทำยังไง โอเคเราจะมาหา สลับกันไป เดี๋ยวเขามาไทยเดี๋ยวเราไปนู่น เราก็ไม่ได้ให้เขาพิสูจน์อย่างเดียวว่าเขาชอบเรา เราก็พิสูจน์ให้เขาเห็นด้วย ต้องมีความไว้ใจเชื่อใจกันเยอะมาก” เราก็ไม่ได้ให้เขาพิสูจน์อย่างเดียวว่าเขาชอบเรา เราก็พิสูจน์ให้เขาเห็นด้วย ต้องมีความไว้ใจเชื่อใจกันเยอะมาก โซ่บอกกับเราว่า ความสัมพันธ์ตอนนี้เป็นไปด้วยดี และตัวเองกำลังจะเดินทางไปเยี่ยมแฟนหนุ่มที่สิงคโปร์ในวันสุดสัปดาห์ที่จะมาถึง เป็นตัวอย่างความรักที่เกิดขึ้นได้ และกำลังเป็นไปอย่างสวยงามแม้ทั้งคู่จะไม่เคยได้เจอกันจริงๆ  

Interview

เปิดมุมมองชีวิต “นน” นิสิตออทิสติกในรั้วมหาวิทยาลัย


โดย , เมื่อ

เชื่อว่าหลายคนอาจจะมองว่าเด็กออทิสติกไม่สามารถมาเรียนมหาวิทยาลัยได้ แต่นน ขจิตพันธ์ ธีรวรวัชร์ คณะนิเทศศาสตร์ ได้แสดงให้เห็นว่าออทิสติกแล้วอย่างไร เรียนมหาวิทยาลัยได้เหมือนกัน วันนี้เราจะมาเปิดมุมมองของหนุ่มออทิสติกที่ประสบความสำเร็จทั้งด้านการเรียนและการใช้ชีวิต อธิบายถึงลักษณะอาการของออทิสติกที่เป็นอยู่ให้ฟังหน่อย “เราค่อนข้างที่จะควบคุมระดับอารมณ์ได้ยาก เมื่อปะทะกับสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่รบกวนสมาธิ เช่นการพูดคุยกับคนจำนวนมาก การสื่อสารที่ไม่คุ้นชินกับคนแปลกใหม่ว่าจะปรับตัวอย่างไรดี นอกจากนี้ ยังมีปัญหากับการปรับตัวบางส่วนของการทำงานในองค์กรที่มี การทำงานยืดหยุ่นหรือไม่เป็นเวลา โดยการปรับตัวและการสื่อสารกับแหล่งใหม่เป็นไปค่อนข้างลำบาก” แล้วอะไรทำให้เราเอาชนะโรคออทิสติกได้ “เราเชื่อว่าเราปกติ ไม่มองว่าตนเองแปลกแยก แม้ว่าการเรียนรู้เราจะค่อนข้างช้า แต่เรียนรู้ได้ พยายามสังเกตคนรอบข้างในการปรับตัวและปฏิบัติตาม การก้าวข้ามผ่านความกลัวอาจไม่ใช่เรื่องง่าย” “ตอนปีหนึ่งเข้ามาใหม่ๆ เรากลัวกลุ่มเพื่อนบางกลุ่มมาก แต่เมื่อรู้จักถึงจะเริ่มหายกลัวไปทีละนิดๆ  การที่เราอยู่กับสิ่งนั้นบ่อยๆ ก็ทำให้เราหายกลัวไปทีละนิด พร้อมคอยกำกับตนเองและปรึกษาเพื่อนสนิทรอบข้างไปด้วย” เราเชื่อว่าเราปกติ ไม่มองว่าตนเองแปลกแยก แม้ว่าการเรียนรู้เราจะค่อนข้างช้า แต่เรียนรู้ได้   ทัศนคติของคนรอบข้าง         “ครอบครัวไม่ได้รู้ว่ามีอาการเหล่านี้แฝงอยู่ แต่มีการคอยดูแล และค่อยๆ สอนให้เรียนรู้การใช้ชีวิต  ส่วนการเข้าสังคมเพื่อนก็จะพยายามหาคนที่เข้าใจเรา สามารถคุยได้ตลอด ในตอนแรกเราไม่ค่อยเข้าหาใครบ่อย แต่การพิสูจน์ฝีมือในการทำงานที่ไม่แตกต่างจากคนทั่วไปทำให้เราสนิทใจกับเพื่อนมากขึ้น” อุปสรรค “การสื่อสารกับผู้อื่น บางครั้งเริ่มพูดไม่ถูก แต่ก็ค่อยเรียนรู้ และต้องฝึกการปรับตัวให้เข้ากับคน องค์กร หรือสถานที่ใหม่ๆ เช่นการฝึกงาน การปรับตัวช่วงแรกต้องค่อยๆ สังเกตและทำความเข้าใจ ต้องใช้เวลาในการปรับตัวที่นานกว่าผู้อื่น ซึ่งกำลังพยายามร่นเวลาให้ปรับตัวให้รวดเร็วยิ่งขึ้น” เป้าหมายในอนาคตต่อไปของเราคืออะไร “เป้าหมายคือการเรียนต่อด้านจิตวิทยาในการศึกษาพฤติกรรมมนุษย์พร้อมทั้ง เสริมสร้างความเข้าใจตนเองเกี่ยวกับอาการออทิสติก และการทำงานด้านสื่อออนไลน์ตามที่ได้เรียนมา” เป้าหมายคือการเรียนต่อด้านจิตวิทยาในการศึกษาพฤติกรรมมนุษย์พร้อมทั้ง เสริมสร้างความเข้าใจตนเองเกี่ยวกับอาการออทิสติก   ความเชื่ออีกหนึ่งอย่างที่นำทางไปสู่ความสำเร็จได้นั่นก็คือความเชื่อมั่นในตัวเอง เมื่อเราเชื่อในตัวเอง ความเชื่อมั่นจะนำพาเราให้ก้าวไปสู้เป้าหมาย  

ปิดโหมดสีเทา