Article

รัตนโกสินทร์สากลวิทยาลัย: ชื่อที่เราเกือบได้เรียกกันแทน ‘จุฬาฯ’


โดย เมื่อ

ชื่อ ‘รัตนโกสินทร์สากลวิทยาลัย’ อาจจะฟังดูไม่คุ้นหูคนในปัจจุบัน จนคงยากจะจินตนาการว่านี่คือชื่อที่เราเกือบได้ใช้เรียกแทนมหาวิทยาลัยที่เราเรียกกันทุกวันนี้ว่า ‘จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย’ เสียแล้ว แต่เดิมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยเป็นโรงเรียนสำหรับฝึกหัดข้าราชการพลเรือน เพื่อเข้ารับราชการเป็นมหาดเล็กตามกระทรวงต่างๆ ก่อนจะจัดตั้งขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย โดยในหนังสือที่ระลึก ๕๐ ปีครบรอบการก่อตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งพิมพ์แจกเป็นที่ระลึกโอกาสพิเศษนี้ มีหัวข้อหนึ่งกล่าวถึง ‘การตั้งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย’ ไว้ว่า อันโครงการที่จะจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นในประเทศไทยนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชดำริไว้แล้ว และโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (ม.ร.ว.เปีย มาลากุล) เมื่อยังเป็นพระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์เป็นผู้ร่างโครงการทูลเกล้าฯ ถวายและเจ้าพระยาพระเสด็จฯ ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายใน พ.ศ. ๒๔๔๑ ซึ่งขณะนั้นดำริว่าจะใช้นามมหาวิทยาลัยว่า ‘สากลวิทยาลัยรัตนโกสินทร์’ แต่ก็ต้องรอมาเป็นเวลาถึง ๑๙ ปี จึงได้มี ‘จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย’ ขึ้น เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศ ในหนังสือยังบอกอีกว่า สาเหตุที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปลี่ยนชื่อของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนให้เป็น จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย โดยไม่เลือกใช้ชื่อ ‘รัตนโกสินทร์สากลวิทยาลัย’ ด้วยทรงมีพระราชดำริในการที่จะขยายโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้เป็นมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอันเป็นแหล่งให้การศึกษาและความรู้อันสูงส่งดั่งที่มีในอารยประเทศ เพื่อให้ทัดเทียมอารยประเทศในขณะนั้น   ส่วนสาเหตุที่ทรงให้ใช้พระบรมนามาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแทน ก็เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระราชบิดาของพระองค์ผู้ทรงมีพระราชดำริจะให้มีมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นในสยามประเทศมาก่อนแล้ว อีกประการหนึ่งก็เพื่อรักษา ‘นามอนุสรณ์’ หรือชื่อซึ่งย้ำเตือนให้ระลึกถึงโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ อีกด้วย ทำไมต้อง ‘รัตนโกสินทร์สากลวิทยาลัย’? ที่มาของชื่อ ‘รัตนโกสินทร์สากลวิทยาลัย’ สันนิษฐานว่ามาจากการนำเอาคำว่า ‘University’ ในภาษาอังกฤษมาใช้โดยแปลเป็นไทยในสมัยนั้นว่า ‘สากลวิทยาลัย’ เพราะยังไม่มีการบัญญัติศัพท์คำว่า ‘มหาวิทยาลัย’ ในขณะนั้น  เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (เมื่อครั้งยังเป็นพระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์) ผู้เป็นคนร่างโครงการศึกษา พ.ศ. ๒๔๔๒ จึงน่าจะนำแนวคิดของชื่อ ‘สากลวิทยาลัย’ มาเสนอในการตั้งชื่อโรงเรียนข้าราชการพลเรือนเพื่อยกระดับจากความเป็นโรงเรียนมาเป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาแทน ดังนั้น ชื่อกรุงรัตนโกสินทร์จึงได้นำมาเติมหน้าคำว่าสากลวิทยาลัย กลายเป็น ‘รัตนโกสินทร์สากลวิทยาลัย’ หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘University of Siam’ เพื่อให้เป็นสากลวิทยาลัยแห่งสยามประเทศ หรือมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยนั่นเอง แม้ว่าสุดท้ายจะไม่ได้ใช้ชื่อ ‘รัตนโกสินทร์สากลวิทยาลัย’ เป็นชื่อทางการแล้ว แต่เราก็ยังค้นพบข้อมูลเอกสารอันเป็นหลักฐานยืนยันว่ายังคงมีการใช้ชื่อนี้อยู่ ในเอกสารของบริษัทต่างชาติหลายฉบับที่เขียนอธิบายถึงการสร้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในขณะนั้น หรือที่เรียกว่า ‘แบบสร้างโรงเรียน’ เป็นหลักฐานที่ทำให้เราเห็นถึงการใช้คำว่า ‘University of Siam’ เพื่อเรียกจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในหลักฐานนั้นเป็นเอกสารแบบประเมินราคาการก่อสร้างอาคารในจุฬาฯ ที่นาย อี.ยี. กอลโล (ต่อมาเป็นพระยาศิลปศาสตร์โสภิต) และนายฮีลี ได้เสนอต่อเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (ขณะนั้นเป็นผู้บัญชาการโรงเรียนข้าราชการพลเรือน) ดังนี้   โดยแบบประเมินการก่อสร้างฉบับนี้ลงวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ ซึ่งเป็นระยะเวลาภายหลังจากการเสนอชื่อรัตนโกสินทร์สากลวิทยาลัยถึง ๑๖ ปี แต่ก็ยังใช้ชื่อว่า ‘University of Siam’ ไม่เพียงแต่เอกสารของชาวต่างชาติเท่านั้น แต่ฝ่ายไทยเราเอง นั่นก็คือสภาจัดการโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้จัดให้เรียกประมูลบริษัทที่จะเสนอขอสร้างตึกของโรงเรียนในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ปีเดียวกัน พร้อมเสนอเงื่อนไขสัญญาที่ทางโรงเรียนจะตกลงทำกับบริษัทให้ทุกบริษัททราบ ซึ่งได้จั่วหัวเช่นเดียวกับเอกสารที่บริษัทก่อสร้างใช้เช่นเดียวกัน ดังนี้   อันที่จริงแล้วหากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะใช้ชื่อว่า ‘รัตนโกสินทร์สากลวิทยาลัย’ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นแนวคิดของสมัยนั้นที่ต้องการให้สถาบันการศึกษาในไทยใกล้เคียงกับคติการตั้งมหาวิทยาลัยของตะวันตกที่เน้นความเป็นสากล (Universal) และเน้นการให้ความรู้ในสาขาวิชาหลักทางด้านศาสนา การแพทย์ และนิติศาสตร์ อีกทั้งชื่อดังกล่าวซึ่งเสนอโดยพระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์ก็เป็นที่พอพระราชหฤทัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในขณะนั้นอีกด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่างสูงยิ่งที่พระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มความคิดเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย มีพระราชประสงค์จะให้ประเทศของเรามีสถาบันการศึกษาที่เป็นสากลทัดเทียมประเทศต่างๆ ในตะวันตกที่เจริญแล้ว ซึ่งการเริ่มต้นตั้งมหาวิทยาลัยก็มาจากการตั้งโรงเรียนศาสนาในวัดต่างๆ เช่น วัดเบญจมบพิตร ที่ต้องการจะเอาอย่างออกซฟอร์ด เคมบริดจ์ (หรือออกซบริดจ์) จนมาถึงความคิดที่จะตั้งรัตนโกสินทร์สากลวิทยาลัยให้เป็นสากลแบบตะวันตกนั่นเอง ถ่ายภาพโดย พลวัฒน์ มุงเมือง (วิทยาศาสตร์) และวีรวิทย์ สามปรุ (เศรษฐศาสตร์) เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือที่ระลึกงานงานปิยมหาราชาภิสดุดี วันที่ 23 ตุลาคม 2559

Chula Life

อาหารคลีน: กาพย์เห่ของกินดีต่อกายใจในรั้วจุฬาฯ


โดย เมื่อ

ในยุคที่เทรนด์กินคลีนกำลังมาแรง “อาหารคลีน” จึงเป็นที่นิยมไปทั่วโลกโดยเฉพาะกลุ่มคนที่มุ่งมั่นจะลดความอ้วนสร้างหุ่นสวย เพราะอาหารประเภทนี้มีปริมาณแคลอรี่น้อยแต่ก็ทำให้อิ่มท้องและมีคุณค่าทางอาหารไม่แพ้อาหารทั่วไป วันนี้ CHU! จึงขอนำเสนอ “อาหารคลีนและอาหารที่ให้พลังงานต่ำ” รอบรั้วจุฬาฯ เพื่อเอาใจคนรักสุขภาพ 1. น้ำพริกกะปิกับผักต้ม ให้พลังงาน 28 kcal./1 ช้อนโต๊ะ เป็นเมนูอาหารคลีนแบบพื้นบ้าน กินคู่กับไข่ต้มก็อร่อย พิกัด โรงอาหารคณะต่างๆ 2. ผัดฟักทอง ฟักทอง 100 กรัมให้พลังงาน 26 kcal. และยังเป็นผักที่มีไฟเบอร์สูง ไขมันต่ำ อุดมไปด้วยเบตาแคโรทีนและวิตามินเอ แถมยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด พิกัด โรงอาหารคณะต่างๆ ร้าน Clean Concept (หอ U-Center) 3. ผัดแกงเขียวหวานไก่ เมนูนี้ให้พลังงานเพียง 240 kcal./1 ถ้วย แต่อุดมไปด้วยโปรตีนจากเนื้อไก่และใยอาหารจากมะเขือพวงและเครื่องแกง พิกัด โรงอาหารคณะต่างๆ ร้าน Clean Concept (หอ U-Center) ร้าน `Fitnergy (Sport Complex และชั้น 2 อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ) 4. ข้าวต้มปลา ให้พลังงาน 325 kcal./1ถ้วย เป็นเมนูที่ย่อยง่าย และเนื้อปลาถือเป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอด พิกัด โรงอาหารคณะอักษรศาสตร์และรัฐศาสตร์ 5. ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน เป็นอีกหนึ่งเมนูเพื่อสุขภาพยอดฮิต ให้พลังงาน118 kcal./จาน พิกัด โรงอาหารคณะอักษรศาสตร์ 6. ยำวุ้นเส้น ความจริงแล้ววุ้นเส้นเป็นอาหารจำพวกแป้ง แต่อยู่ในกลุ่มเดียวกับข้าวไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง จึงช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดให้ขึ้นช้าลง โดยยำวุ้นเส้น 1 จานให้พลังงาน 120 kcal. พิกัด โรงอาหารคณะต่างๆ 7. แซนด์วิชโฮลวีท จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ผ่านการขัดสีน้อย จึงไม่ส่งผลเสียต่อระบบการจัดการน้ำตาลในเลือด ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน โฮลวีท 1 แผ่นให้พลังงาน 60 kcal. พิกัด โรงอาหารคณะต่างๆ (อาจไม่ใช่อาหารคลีน 100% เพราะน้ำสลัดที่เป็นไส้แซนด์วิช) ร้าน Clean Concept (คลีน 100%) ร้าน Fitnergy (คลีน 100%) 8. โยเกิร์ตธรรมชาติโรยเมล็ดเจียและกราโนล่า โยเกิร์ตธรรมชาติที่โรยด้วยเมล็ดเจียซึ่งมีคุณสมบัติช่วยปรับสมดุลระบบไหลเวียนโลหิต มีแคลอรี่ต่ำ และกราโนล่าที่ดีต่อระบบย่อยอาหารและช่วยลดคลอเรสเตอรอล พิกัด ร้าน Clean Concept 9. โฮลวีทวาฟเฟิลกล้วยน้ำผึ้ง อีกหนึ่งของหวานแนะนำเพราะอุดมไปด้วยคุณประโยชน์จากโฮลวีท กล้วยช่วยปรับน้ำตาลในเลือด ลดอาการอยากกินของจุกจิก และน้ำผึ้งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ พิกัด ร้าน Fitnergy 10. ผลไม้ ผลไม้ที่แนะนำสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักและสามารถหาซื้อได้รอบรั้วจุฬาฯ คือ แอปเปิ้ล กล้วย ชมพู่ มะละกอ และสตรอวเบอร์รี่ พิกัด โรงอาหารคณะต่างๆ ตลาดสดหน้าคณะเศรษฐศาสตร 11. พุดดิ้งผลไม้รวม เป็นขนมหวานแบบ Low Fat ที่ให้พลังงานไม่เกิน 100 พิกัด ร้าน Clean Concept 12. น้ำสมุนไพรผสมหญ้าหวาน เมนูนี้ให้พลังงานไม่เกิน 30 kcal./ขวด และหญ้าหวานยังเป็นพืชให้ความหวานแทนน้ำตาล พิกัด ร้าน Clean Concept ร้าน Fitnergy เห็นไหมหละ ว่าอาหารที่มีประโยชน์อยู่ใกล้ตัวแค่นี้ เพียงแค่เราใส่ใจที่จะเลือกกิน ก็สามารถมีสุขภาพที่ดีเป็นกำไรชีวิตให้ตัวเองได้ เพราะหลักสำคัญของการกิน ไม่ได้อยู่ที่ “ความอร่อย” แต่ยังรวมถึง “คุณค่า” ที่ให้แก่ร่างกายด้วย มากินคลีนกันเถอะ!   ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.lovefitt.com/healthy–fact http://www.pharmacy.mahidol.ac.th http://www.thaihealth.or.th เผยแพร่ครั้งแรกใน CU Health Fair Booklet เดือนมีนาคม 2559

ปิดโหมดสีเทา