Article

Supermoon: ตัวแทนแห่งจันทราจะพาไปลอยกระทงเอง!


โดย เมื่อ

เดือนพฤศจิกายน นอกจากจะเป็นเดือนของการย่างเข้าหน้าหนาวและการรอคอยปิดเทอมแล้ว ยังมีวันลอยกระทงให้คนตั้งตารอ ซึ่งหลายคนอาจตั้งตารอนางนพมาศสวยๆ หรือของอร่อยๆ ในงานวัด แต่สำหรับปีนี้ พวกเราชาว CHU! อยากชวนทุกคนมาแหงนหน้าตั้งตารอสิ่งสำคัญที่อาจเคยมองข้าม นั่นก็คือ… ดวงจันทร์! จันทร์เต็มวง กระทงเต็มบ่อ เค้าว่ากันว่าวันลอยกระทงคือ ‘วันเพ็ญเดือนสิบสอง’ แต่กลายเป็นว่าเราจัดงานวันลอยกระทงกันในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นเดือนที่ 11 ของปี สาเหตุก็เพราะการนับเดือนของวันลอยกระทงนั้น เป็นการนับเดือนตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งต่างจากการนับแบบปฏิทินเกรกอเรียน (Gregorian calendar) ที่ใช้กันทั่วโลก ปฏิทินจันทรคติ ปฏิทินจันทรคตินับวันตามดิถีของดวงจันทร์โดยเริ่มเดือนแรกจากวันขึ้น 1 ค่ำของเดือนแรก ซึ่งตรงกับเดือนธันวาคม จนถึงขึ้น 15 ค่ำ ก่อนจะเริ่มนับแรม 1 ค่ำถึงแรม 14 ค่ำในเดือนคี่ หรือแรม 15 ค่ำในเดือนคู่ (สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะเวลาโคจรของดวงจันทร์รอบโลกนาน 29.5 วัน จึงต้องนับขาดและเกินเพื่อให้หนึ่งปีสิบสองเดือนแบ่งได้ลงตัวพอดี) ทำให้เดือน 12 จะไปตรงกับเดือนพฤศจิกายนหรือบางทีจะตรงกับเดือนตุลาคม ดังนั้นถ้าลองคิดดูแล้วจะพบว่า วันลอยกระทงไม่ใช่แค่วันดวงจันทร์เต็มดวงธรรมดา แต่เป็นวันดวงจันทร์เต็มดวงวันสุดท้ายของปีจันทรคติอีกด้วย วันลอยกระทง คือวันดวงจันทร์เต็มดวงวันสุดท้ายของปีจันทรคติ! น้ำนองเต็มตลิ่ง น้ำขึ้นก็เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของลอยกระทงที่ขาดไม่ได้เช่นกัน ถ้าน้ำลงก็ลอยกระทงไม่ได้สิ! น้ำขึ้นน้ำลงเป็นปรากฏการณ์ที่สัมพันธ์กับดวงจันทร์และดวงอาทิตย์โดยตรง คำอธิบายแบบพื้นฐานก็คือ เนื่องจากว่าน้ำเป็นของเหลวที่ไหลไปมาได้ เวลาดวงจันทร์เข้าใกล้โลก จึงดูดน้ำทะเลเข้ามาหาตัวมันได้ง่าย โดยดึงสองข้างตรงข้ามกันด้วย ใครนึกภาพไม่ออก ลองนึกภาพเวลาเราใช้มือดึงแก้มเพื่อนให้ยืดออกมา มือเราก็เหมือนแรงจากดวงจันทร์ที่ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลงนั่นแหละ น้ำจะขึ้น-ลงตามการขึ้น-ตกของดวงจันทร์ คือขึ้นสูงสุดเมื่อดวงจันทร์อยู่กลางหัวหรือใต้เท้า และลงต่ำสุดเมื่อดวงจันทร์อยู่บริเวณขอบฟ้า นอกจากนั้น ตำแหน่งการเรียงตัวของดวงจันทร์ โลก และดวงอาทิตย์ ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้น้ำขึ้นสูงหรือต่ำ โดยวันที่การเรียงตัวช่วยกันดึงให้น้ำขึ้นสูงสุด ก็คือวันที่เราเรียกกันว่า ‘คืนเดือนมืด’ ‘วันเพ็ญ’ อย่างเช่นวันลอยกระทงนี่เอง จันทร์ดวงใหญ่ ไซส์ไม่ธรรมดา ลอยกระทงของปีนี้ ดูๆ ไป อาจจะไม่ต่างจากปีก่อนๆ แต่ปีนี้วันลอยกระทงมีความพิเศษกว่าครั้งก่อนๆ อยู่อย่างหนึ่ง คือเป็นวันเพ็ญที่เกิดปรากฏการณ์ที่ทางดาราศาสตร์เรียกกันว่า Supermoon อีกด้วย ปรากฏการณ์ Supermoon เป็นปรากฏการณ์ที่เพิ่งเป็นที่สนใจได้ไม่นานนัก โดยชื่อนี้มีต้นกำเนิดจากทางโหราศาสตร์สากล ไม่ใช่ดาราศาสตร์อย่างที่คนคิด แต่ก็นำมาใช้กันโดยทั่วไป เพราะความเข้าใจง่ายของมัน นิยามของ Supermoon คือ ‘ดวงจันทร์เต็มดวงที่อยู่ใกล้จุด Perigee อย่างน้อย 90% ขึ้นไป’ (ถ้าอ่านแล้วยังมึนอยู่ ใจเย็นๆ เรามีคำอธิบายให้ด้านล่าง) ซึ่งในปี 2016 มีคืนจันทร์เพ็ญที่ตรงตามนิยามนี้ถึง 3 คืน คือวันที่ 11 ตุลาคม วันที่ 14 พฤศจิกายน และวันที่ 13 ธันวาคม แต่ครั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะมีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในปี 2016 รวมถึงเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ปี 1948 และจะไม่มีที่ใหญ่ขนาดนี้จนกว่าจะถึงปี 2034 เลยนะ นับว่าครั้งนี้พิเศษจนพลาดไม่ได้จริงๆ เนื่องจากวงโคจรของดวงจันทร์เป็นวงรี ไม่ใช่วงกลม จึงทำให้มีตำแหน่งที่ดวงจันทร์เข้าใกล้โลกที่สุด เรียกว่า Perigee และตำแหน่งที่อยู่ห่างโลกที่สุด เรียกว่า Apogee ถ้าดวงจันทร์มาถึงตำแหน่งจันทร์เต็มดวงพร้อมๆ กับที่มาถึงตำแหน่ง Perigee หรืออยู่ใกล้เคียงกับตำแหน่งนั้นพอดี ก็จะเกิดปรากฏการณ์ Supermoon ให้เราได้เห็น ในทางตรงกันข้าม ถ้าดวงจันทร์มาเต็มดวงในตอนที่ซ้อนทับกับตำแหน่ง Apogee หรือใกล้เคียง ก็จะเกิดปรากฏการณ์ Micromoon แทน   ผลจากตำแหน่งของวงโคจรดวงจันทร์ส่งผลให้ขนาดของดวงจันทร์มีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับดวงจันทร์ปกติ แต่การ ‘ใหญ่ขึ้น’ นี้สังเกตด้วยตาจะเห็นได้ไม่ชัดนัก แต่ถ้าใช้กล้องถ่ายรูปถ่ายเปรียบเทียบ ก็จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ การที่ดวงจันทร์เข้าใกล้โลกมากขึ้น ก็แปลว่าแสงที่สะท้อนออกมาจะสว่างขึ้นอีกด้วย จากการคาดการณ์ของนักดาราศาสตร์เกี่ยวกับ Supermoon ครั้งนี้ พบว่าเราจะเห็นดวงจันทร์ใหญ่กว่าปกติได้ถึง 14% และสว่างกว่าปกติถึง 30% นอกจากนี้ เนื่องจากตำแหน่งดวงจันทร์ที่ใกล้โลกขึ้น เหมือนวันที่อยากดึงแก้มเพื่อนเป็นพิเศษ ก็จะส่งผลให้น้ำขึ้น-ลงมากกว่าปกติอีกด้วย โดยเราเรียกน้ำขึ้นน้ำลงแบบนี้ว่า Perigean Spring Tide ซึ่งระดับน้ำอาจต่างจากปกติไม่กี่นิ้ว แต่ในพื้นที่ต่ำมากก็อาจจะเกิดน้ำท่วมได้เล็กน้อย สำหรับบ้านเราแล้วไม่น่าเป็นห่วง นอนชื่นชมดวงจันทร์ฟินๆ กันได้เลย Supermoon ครั้งนี้ เราจะเห็นดวงจันทร์ใหญ่กว่าปกติได้ถึง 14% และสว่างกว่าปกติถึง 30% ชวนจุฬาฯ มาชมจันทร์ ประวัติงานลอยกระทงในจุฬาฯ ไม่ได้มีหลักฐานชัดเจนว่าเริ่มเมื่อไรและมีมานานแค่ไหน แต่มีบันทึกการประกวดนางนพมาศและมีการลอยกระทงในพ.ศ. 2495 ในตอนนั้นการประกวดนางนพมาศมีจุดประสงค์เพิ่มเติมคือเพื่อคัดคนทำตำแหน่งต่างๆ เช่น เชียร์ลีดเดอร์ ในงานฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ของปีนั้น งานลอยกระทงเลยน่าจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่อยู่คู่กับจุฬาฯ มานาน จนขนาดที่เกิดความเชื่อว่า ‘ชายหญิงคู่ไหนที่ยังไม่ได้คบกันแล้วไปลอยกระทงด้วยกันจะได้เป็นคู่กัน แต่ถ้าเป็นคู่กัน แล้วไปลอยกระทงด้วยกันจะเลิกจากกัน’ ซึ่งผู้เขียนเองก็ไม่รู้ว่าจริงแท้แค่ไหน เพราะไม่เคยควงสาวไปลอยสักที (ฮา) แต่หลังจากกำหนดการเปิดปิดภาคเรียนเปลี่ยนแปลงไป ก็ทำให้ช่วงงานลอยกระทงเข้าใกล้กับการสอบปลายภาคแรกของปีการศึกษา และก็กลับกลายเป็นงานที่เอาไว้พักหายใจคลายเครียดก่อนที่จะไปลุยกับ #finalcrisis ต่อแทน งานลอยกระทงเลยอาจจะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนแต่ก่อนแล้ว ส่วนในปีนี้ แม้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะอยู่ในบรรยากาศไว้ทุกข์ ทำให้จุฬาฯ ตัดสินใจไม่จัดงานลอยกระทง เราก็ทดแทนการออกไปเที่ยวงานได้ด้วยการไปหามุมนั่งดูดวงจันทร์สวยๆ ด้วยกันได้ อาจเป็นการเฉลิมฉลองที่เงียบๆ ไปสักนิด แต่ก็ทั้งเหมาะกับสถานการณ์ ประหยัดเงินและทรัพยากรค่ากระทง แถมยังเป็นโอกาสดีที่จะบอกความในใจด้วยนะ โรแมนติกจะตาย   ขอขอบคุณภาพถ่ายบางส่วนจาก ฝ่ายถ่ายภาพ องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายการอ้างอิง Mathewson, Samantha. “Supermoon November 2016: When, Where & How to See It.”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.space.com/34515-supermoon-guide.html 2016. McClure, Bruce. “When to watch the closest supermoon.”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://earthsky.org/?p=190918 2016. “What is a perigean spring tide?.”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://oceanservice.noaa.gov/facts/perigean-spring-tide.html 2016. “สระน้ำหน้าเสาธง.”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.memocent.chula.ac.th/article/สระน้ำหน้าเสาธง/  2009. “งานลอยกระทง.”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.memocent.chula.ac.th/article/ article/งานลอยกระทง/%202009. 2009.

ปิดโหมดสีเทา