Article

Chu ชวนดูหนังข้ามปีต้อนรับปี 2561


โดย เมื่อ

คืนข้ามปีแบบนี้หลายคนคงออกไปฉลองตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แต่เราเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่เคาท์ดาวน์อยู่ที่บ้าน และถ้าหากกำลังมองหากิจกรรมทำอยู่ เราขอแนะนำการดูหนังดีๆสักเรื่องข้ามปี โดยวันนี้ CHU จะขอนำเสนอหนังเรื่อง War For The Planet Of The Apes ที่แฝงแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อต่างๆไว้ด้วย ศึกตัดสินครั้งสุดท้ายระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์และวานร War For The Planet Of The Apes นำพาเรามาสู่บทสรุปส่งท้ายของไตรภาคกำเนิดพิภพวานร อันมีตัวละครเอกเป็นชิมแพนซีนามว่า ซีซาร์ (Caesar) ในส่วนของภาพยนตร์นั้น อัดแน่นด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้นชวนติดตาม ฉากสงครามระหว่างมนุษย์และวานรที่ตื่นตาตื่นใจ งานเทคนิคพิเศษด้านภาพที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังชมการแสดงของวานรจริงอยู่  ถือได้ว่า War For Planet Of The Apes เป็นภาพยนตร์ที่ตอบโจทย์ผู้ชมที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนว Sci-Fi ล้ำจินตนาการได้ดีเลยทีเดียว แต่ถ้าหากลองนำภาพยนตร์เรื่องนี้มาวิเคราะห์ตีความความหมายเบื้องลึกให้ดีแล้ว เราจะพบว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยการแฝงสัญญะทางศาสนาเอาไว้มากมาย [บทความต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์หลายๆเรื่อง] มีทฤษฎีที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเด็นนี้ คือ รูปแบบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ War For The Planet Of The Apes มีความใกล้เคียงกับเรื่องราวของ หนังสืออพยพ (Book Of Exodus) ในพระคัมภีร์ไบเบิล โดยมีซีซาร์เป็นตัวละครที่จำลองมาจาก โมเสส (Moses) ข้อสนับสนุนประการแรกของทฤษฎีนี้คือ กำเนิดและพื้นเพของตัวละครซีซาร์ซึ่งพิจารณาจากภาพยนตร์ภาคก่อนหน้าของไตรภาคร่วมด้วย ซีซาร์นั้นเกิดในแล็บทดลองของบริษัทวิจัยและผลิตยาโดยมีมนุษย์เป็นผู้คอยควบคุม เปรียบเทียบกับชีวิตของโมเสสที่กำเนิดเป็นชนชั้นที่ถูกกดขี่ ต่อมาซีซาร์ถูกเลี้ยงดูอย่างดีเยี่ยงมนุษย์โดยนักวิทยาศาสตร์ เหมือนกับที่โมเสสถูกชุบเลี้ยงให้เติบโตมาในชนชั้นกษัตริย์ จนภายหลังซีซาร์เริ่มเรียนรู้ได้ว่าเผ่าพันธุ์วานรนั้นต่ำชั้นกว่ามนุษย์ ซีซาร์จึงมุ่งหมายที่จะปลดปล่อยวานรให้เป็นอิสระไม่อยู่ใต้มนุษย์อีกต่อไป เช่นเดียวกับโมเสสที่พบว่าชาวฮิบรูนั้นถูกชาวอียิปต์กดขี่มาโดยตลอด จึงเป็นประสงค์ของโมเสสที่จะปลดปล่อยพวกเขาเหล่านั้นให้เป็นอิสระ อีกประการหนึ่ง นั่นคือในช่วงใกล้บทสรุปของเรื่อง เหตุการณ์หิมะบนยอดเขาถล่มใส่กองทัพมนุษย์ อันเป็นผลให้กองทัพมนุษย์ไม่สามารถไล่ติดตามวานรได้อีกต่อไป เหตุการณ์นี้ชวนให้นึกถึงเหตุการณ์โมเสสแหวกทะเลที่อิงจากในหนังสืออพยพได้อย่างชัดเจน ซึ่งผลสรุปของเหตุการณ์ทั้งสองเรื่องราวก็คือ การหลุดพ้นจากการไล่ตามและโอกาสสำหรับการปักรากสร้างฐานที่อยู่ใหม่ของกลุ่มอพยพ การแฝงสัญญะทางศาสนาในภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์เช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นใน War For The Planet Of The Apes เป็นเรื่องแรก หากแต่ว่าสิ่งนี้เคยเกิดขึ้นในภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังหลายต่อหลายเรื่องมาก่อนแล้ว  อย่างภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter เองก็เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ดังที่มีการแฝงสัญญะทางศาสนาเอาไว้ โดยสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์มีฐานะเป็นทั้งผู้พิทักษ์และผู้ปลดปล่อยพ่อมดบริสุทธิ์ให้รอดจากศาสตร์มืด โดยที่ก่อนจะสำเร็จลุล่วงได้นั้น แฮร์รี่ต้องเผชิญกับความตายแล้วฟื้นคืนชีพกลับมา และผู้ไถ่บาปที่ตายแล้วฟื้นคืนชีพก็คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากพระเยซูคริสต์ (Jesus Christ) นั่นเอง จากภาพยนตร์ที่ยกมาทั้งหมดนี้ ทำให้เราได้เห็นว่าศาสนา ความเชื่อหรือตำนานเทพต่างๆนั้นล้วนแต่สามารถเป็นแรงบันดาลใจ หรือมีอิทธิพลต่อผู้สร้างผลงานได้  หรือนี่อาจจะเป็นการสื่อสารในเชิงศาสนา ความเชื่อของผู้สร้างผลงาน ผ่านชิ้นงานที่พวกเขาเหล่านั้นสร้างขึ้นมาก็เป็นได้  

ปิดโหมดสีเทา