Article

ใต้ร่มจามจุรี: เรื่องราวของไม้ใหญ่บนถนนสายแรกในจุฬาฯ


โดย เมื่อ

ครั้งก่อตั้งเป็นมหาวิทยาลัยใหม่ๆ ใครที่มีธุระที่โรงเรียนมหาวิทยาลัย หรือที่เรียกกันในครั้งนั้นว่า โรงเรียนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มักต้องเดินทางผ่านถนนพระราม 1 ถนนพระราม 4 และถนนพญาไท ซึ่งมีต้นจามจุรีขึ้นอยู่เต็มตลอดสองข้างทาง ต้นจามจุรีจึงเป็นแลนด์มาร์คของจุฬาฯ ตั้งแต่สมัยนั้น และแม้จะไม่มีประกาศหรือเอกสารบันทึกอย่างเป็นทางการ จามจุรีก็กลายเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยที่ผูกพันกับพวกเราชาวจุฬาฯ กว่าร้อยปี

CMN--2

เบื้องต้นจามจุรี

ต้นจามจุรีเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 20 เมตร เปลือกลำต้นสีน้ำตาลดำ หลุดล่อนได้ง่าย เมื่อเจริญเต็มที่เรือนยอดอาจกว้างได้ถึง 30 เมตร ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่นตามซอกใบใกล้กับปลายกิ่ง เมื่อถึงฤดูออกดอกเราจะเห็นดอกจามจุรีเป็นพู่กลมสีชมพูบานฟูฟ่องอยู่ปลายกิ่งเกือบทุกกิ่ง ดอกจะบานอยู่ 1 – 2 วันก่อนจะติดผลและร่วงหล่นลงมา แต่เนื่องจากต้นจามจุรีแผ่กิ่งก้านสาขาจำนวนมาก เราจึงเห็นพู่สีชมพูนี้บานประดับอยู่เต็มต้นแทบตลอดช่วงฤดูออกดอก

ชื่อ ‘จามจุรี’ ที่คนส่วนมากใช้เรียกกันนั้นเป็นชื่อท้องถิ่นภาคกลาง นอกจากนี้ยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ เช่น ก้ามปู (คาดว่ามีที่มาจากลักษณะของใบย่อยคู่บนสุดซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด มีรูปร่างใบดูคล้ายกับก้ามปู) กุ้งก้ามกราม (เป็นชื่อที่ใช้เรียกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 พบในเอกสารประวัติศาสตร์ต่างๆ) ซิมบี้ (เป็นชื่อที่ชาวกระบี่ใช้เรียกตามชื่อของพระยารัษฎานุประดิษฐ์ หรือ คอซิมบี้ ณ ระนอง ผู้นำต้นจามจุรีไปปลูกที่จังหวัดกระบี่เป็นครั้งแรก) เป็นต้น

CMN-5950

“หมายเอาจามจุรี เป็นเกียรติเป็นศรีของชาวจุฬาฯ”

จามจุรีผูกพันกับนิสิตจุฬาฯ นับแต่ในอดีต นิสิตอาศัยโคนต้นจามจุรีเป็นสถานที่นัดหมาย นั่งพักผ่อนอ่านหนังสือ ได้อาศัยร่มเงาของต้นจามจุรีหลบแสงแดดเวลาเดินไปเรียน ในช่วงรับน้องใหม่เมื่อก่อนนั้น นิสิตปี 1 จะต้องผ่านประเพณีการโปรยด้วยใบจามจุรีหรือได้รับพวงมาลัยใบจามจุรีเสียก่อน จึงจะเรียกตนว่าเป็นนิสิตในรั้วสีชมพูแห่งนี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ นอกจากนี้ จามจุรียังเป็นชื่อของทีมฟุตบอลสโมสรนิสิตอีกด้วย

ก่อนที่จะเปลี่ยนการเปิด-ปิดภาคการศึกษาแบบใหม่ ใครหลายคนก็มักจะชี้ว่าต้นจามจุรีมีวัฏจักรคล้ายกับนิสิตที่เข้ามาศึกษา คือเมื่อเปิดภาคเรียนที่ 1 ใหม่ๆ ในเดือนพฤษภาคม ใบของต้นจามจุรีจะมีสีเขียวชอุ่ม ออกดอกสีชมพูประปรายต้อนรับนิสิตใหม่ แล้วเมื่อเข้าภาคเรียนที่ 2 จะเป็นช่วงที่ต้นจามจุรีติดฝักและผลัดใบเตือนให้นิสิตเตรียมตัวรับมือกับเทศกาลอ่านหนังสือสอบ ‘มิให้ตกชั้นรีไทร์’ ดังที่กล่าวไว้ในบทเพลง ‘จามจุรีศรีจุฬาฯ’ ของวงสุนทราภรณ์

แต่บันทึกที่ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับที่มาที่ไปของจามจุรีในจุฬาฯ น่าจะเป็นจามจุรีต้นแรกที่ปลูกขึ้นเพื่อเป็นไม้ประดับถนนสายแรกของจุฬาฯ ก็คือ ‘ถนนหน้าตึก’ นั่นเอง

จามจุรีที่ถนนหน้าตึก

หลายคนอาจจะไม่ได้คุ้นกับชื่อ ‘ถนนหน้าตึก’ แต่ต้องเคยผ่านแน่นอน เพราะมันคือถนนที่วิ่งจากถนนอังรีดูนังค์ ผ่านประตูคณะอักษรศาสตร์ ผ่านอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ ตึก3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ตึกจักรพงษ์ อาคารชีววิทยา 1 (ตึกขาว) มุ่งออกไปยังถนนพญาไท ซึ่งเป็นถนนสายหลักสายหนึ่งของจุฬาฯ

ในพ.ศ. 2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริจะสร้างอาคารตึกบัญชาการ (ปัจจุบันคืออาคารมหาจุฬาลงกรณ์) ให้อยู่ติดกับถนนสนามม้า (ปัจจุบันคือถนนอังรีดูนังต์) การสัญจรไปมาไม่สะดวก จึงได้ตัดถนนภายในจากถนนสนามม้าและออกไปยังถนนพญาไท กลายเป็นถนนหน้าตึกในปัจจุบัน

รูปเก่า
ภาพถนนหน้าตึก ถ่ายจากหน้าตึกขาว (อาคารชีววิทยา 1 ในปัจจุบัน) เมื่อประมาณพ.ศ.2481 เห็นต้นจามจุรีปลูกอยู่ 2 ฝั่งถนน คาดว่าเริ่มปลูกประมาณพ.ศ.2460 และต้นจามจุรีในภาพมีอายุประมาณ 20 ปี (ภาพจากหนังสือ “งานฉลอง 25 ปี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”)

ส่วนที่มาที่ไปดั้งเดิมของจามจุรีในบริเวณนี้ ไม่มีเอกสารทางการที่บันทึกความเป็นมาไว้อย่างชัดเจน มีเพียงคำบอกเล่าจากศิษย์เก่าที่บอกว่าพื้นที่นี้เป็นป่าจามจุรีมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่ต้นจามจุรีไม่ใช่ไม้พื้นเมืองของประเทศไทย เป็นไม้ปลูกที่นำเข้ามาปลูกในสมัยรัชกาลที่ 5 นิยมปลูกให้ร่มเงาและนำฝักไปเป็นอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้อง ศิษย์เก่ารุ่นก่อนพ.ศ. 2481 เล่าว่า สมัยก่อนชาวบ้านทุ่งพญาไทนำวัวควายมาเลี้ยงในพื้นที่บริเวณนี้ จึงสันนิษฐานได้ว่า วัวควายที่นำมาเลี้ยงนั้นกินฝักจามจุรีเป็นอาหาร เมื่อถ่ายมูลออกมา จะมีเมล็ดของต้นจามจุรีออกมาด้วย จึงเป็นที่มาของต้นจามจุรี

นี่อาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ต้นจามจุรีกลายเป็นตัวเลือกหลักในการปลูกประดับตลอดสองข้างทางของถนนหน้าตึก

พื้นที่นี้เป็นป่าจามจุรีมาตั้งแต่แรกแล้ว สันนิษฐานว่า วัวควายที่นำมาเลี้ยงนั้นกินฝักจามจุรีเป็นอาหาร เมื่อถ่ายมูลออกมา จะมีเมล็ดของต้นจามจุรีออกมาด้วย

จามจุรีหายไป?

ศ.ดร.ทวีศักดิ์  บุญเกิด อาจารย์ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ได้ทำการสำรวจและวัดเส้นรอบวงของต้นจามจุรีทั้งหมดบนถนนหน้าตึก โดยวัดเส้นรอบวงที่ความสูงระดับอก (วัดที่ความสูง 1.3 เมตรจากพื้น) ค่าที่วัดได้เรียกว่า ค่า GBH หรือ Girth at Breast Height จากค่าดังกล่าวจะเปรียบเทียบและคำนวณอายุของต้นไม้อย่างคร่าวๆ ได้

ผลการสำรวจพบว่าต้นจามจุรีที่เราเห็นบนถนนหน้าตึก มีเส้นรอบวงน้อยกว่า 2.7 เมตร คาดว่าเกือบทั้งหมดเป็นต้นจามจุรีที่ปลูกขึ้นใหม่ระหว่างพ.ศ. 2516 – 2517 ยกเว้นต้นไม้ที่มีลำต้นขนาดใหญ่ มีเส้นรอบวงเกิน 3 เมตร เพียง 5 ต้น ต้นที่ใหญ่ที่สุดอยู่หน้าอาคารชีววิทยา 1 ตึกขาว คณะวิทยาศาสตร์ มีเส้นรอบวง 4.20 เมตร คาดว่ามีอายุอยู่ระหว่าง 83 – 88 ปี ส่วนอีก 4 ต้นที่เหลืออยู่หน้าโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์

แต่ต้นจามจุรี 5 ต้นดังกล่าว ก็ยังไม่ใช่ต้นจามจุรีรุ่นแรกสุดที่ปลูกมาพร้อมกับการสร้างถนนหน้าตึก เพราะศิษย์เก่ารุ่นแรกๆ ถ่ายรูปต้นจามจุรีไว้เมื่อประมาณ พ.ศ. 2491 เป็นภาพของต้นจามจุรีที่มีขนาดใหญ่ มีอายุไม่น่าจะต่ำกว่า 20 ปี หากจามจุรีดังกล่าวยังอยู่จะมีอายุประมาณ 100 ปี ดังนั้นต้นจามจุรีขนาดใหญ่ 5 ต้นนี้ จึงน่าจะเป็นต้นที่ปลูกใหม่เช่นกัน แต่ปลูกในบริเวณที่ไม่ใช่แนวขยายถนน

เกือบทั้งหมดเป็นต้นจามจุรีที่ปลูกขึ้นใหม่ ยกเว้นเพียง 5 ต้น แต่ 5 ต้นดังกล่าวก็ยังไม่ใช่ต้นจามจุรีรุ่นแรกสุด

CMN--3

แล้วต้นจามจุรีรุ่นเก่าหายไปไหน?

สาเหตุสำคัญคือจำเป็นต้องโค่นต้นจามจุรีที่อยู่ตามแนวถนนหน้าตึกเพื่อขยายถนน และก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ๆ นอกจากนี้ต้นจามจุรีเป็นต้นไม้ที่ดูแลยาก มีโรคพืช เมื่อมีคนไปตอกตะปูติดประกาศ ติดไฟแสงสีต่างๆ แมลงศัตรูพืชจะชอนไชเข้าไปวางไข่ในรอยตอกตะปู และยังมีกระรอกที่กัดแทะกิ่งและเปลือกต้นจนเป็นแผล ส่งผลให้โรคและแมลงเข้าทำลายซ้ำเติมได้ง่าย จำนวนต้นจามจุรีจึงลดลงอย่างมากในช่วงพ.ศ. 2480 – 2500

และเนื่องจากต้นจามจุรีเป็นไม้ที่ผลัดใบและฝักจำนวนมาก ฝักของจามจุรีมีน้ำหวานทำให้พื้นหนียวเหนอะหนะ ประกอบกับกิ่งก้านที่หักหล่นง่าย ทำให้พื้นถนนและคูข้างสกปรก ผู้บริหารจุฬาฯในช่วงพ.ศ. 2500 จึงไม่มีนโยบายปลูกต้นจามจุรีทดแทนต้นเก่าที่หายไป

การกลับมาอีกครั้งของจามจุรี

จากการที่ต้นจามจุรีมีจำนวนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 จึงพระราชทานพระกระแสถามถึงเหตุที่ต้นจามจุรีมีจำนวนน้อย และรับสั่งว่าจามจุรีมีความผูกพันกับคนแถวนี้มาก หากจุฬาฯ ไม่ปลูกจะเสด็จพระราชดำเนินมาปลูกเอง

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2505 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนิน ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พระราชทานต้นจามจุรีแก่มหาวิทยาลัยจำนวน 5 ต้น ซึ่งทรงนำมาจากพระราชวังไกลกังวล หัวหิน และทรงปลูกด้วยพระองค์เอง ที่บริเวณด้านหน้าหอประชุมจุฬาฯ ฝั่งสนามฟุตบอล

CU_main-1

นอกจากนั้นพระองค์ยังพระราชทานพระราชดำรัสถึงความผูกพันระหว่างจุฬาฯ กับจามจุรีว่า มีมานานตั้งแต่สร้างมหาวิทยาลัย ทรงเน้นว่าสีชมพูเป็นสัญลักษณ์สูงสุดอย่างหนึ่งของจุฬาฯ ทรงเล่าว่าทรงปลูกต้นไม้ที่พระตำหนักไกลกังวล ต้นจามจุรีงอกขึ้นบริเวณที่ทรงปลูกต้นไม้ไว้ จึงทรงถือว่าทรงปลูกต้นจามจุรีเหล่านั้นด้วย เมื่อจามจุรีโตขึ้นแล้วเห็นว่าควรเข้ามหาวิทยาลัยเสียที สถานที่เรียนนั้นไม่มีที่ใดเหมาะสมเท่าจุฬาฯ

จึงขอฝากต้นไม้ไว้ห้าต้น ให้เป็นเครื่องเตือนใจตลอดกาล

และเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด ‘ลานจามจุรีพระราชทาน‘ ที่จุฬาฯ ได้ตกแต่งขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเถลิงถวัลย์สิริราชสมบัติครบ 50 ปี ลานจามจุรีพระราชทานนี้จึงเป็นเสมือนอนุสรณ์สถานให้ชาวจุฬาฯ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เปรียบดั่งต้นจามจุรีที่คอยแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาเย็นชื่นแก่ชาวจุฬาฯ ตลอดมา

2CMN-2

ถ่ายภาพโดย ชไมนาถ เหรียญวิจิตร์ (อักษรศาสตร์)

แหล่งอ้างอิง

คณะกรรมการจัดงาน “50 ปี ร้อยใจจุฬาฯ 06”. 2556. 50 ปี ร้อยใจจุฬาฯ 06. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2539. ลานจามจุรีพระราชทาน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2545. 84ปี จุฬาฯปีติสมโภช. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2555. พรรณไม้ในอุทยานจามจุรี. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทวีศักดิ์ บุญเกิด, ปริญญนุช กลิ่นรัตน์ และ สร้อยนภา ญาณวัฒน์. 2558. พรรณไม้ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ส่วนพัฒนาผลิตผลป่าไม้ สำนักวิจัยการจัดการป่าไม้และผลิตผลป่าไม้ กรมป่าไม้. 2547. คุณลักษณะไม้ไทย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

 

 

เขียนเมื่อ โดย...

More to Read...

[TEDxChula] ต้า ภาณุ : ความท้าทายของงานกราฟิก อยากจำกลับลืม: คู่มือช่วยจำสำหรับช่วงไฟนอลนี้ 4 เคล็ด(ไม่)ลับพาหนีโสด ฉบับเด็กนิเทศ แมวแบทแมน: เซเลบประจำคณะอักษรศาสตร์ Supermoon: ตัวแทนแห่งจันทราจะพาไปลอยกระทงเอง!

Comments

ปิดโหมดสีเทา