Interview

ไมโล ชยพัทธ์: ล้วงลึกเรื่องลับฉบับ Secret Alert


โดย เมื่อ

หลายคนคงเคยเห็นหน้าหนุ่ม ‘ไมโล’ ผ่านโลกโซเชียล หรือว่าทีวีกันมาบ้างแล้ว ทั้งงานประชาสัมพันธ์ภายในจุฬาฯ หรือบทบาทคนขายไอติมสุดหล่อจากซีรีส์ ‘ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์’ และไวรัลโฆษณา อีกมากมาย วันนี้ CHU! ขอพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับ ไมโล ‘ชยพัทธ์ วิรัตน์โยสินทร์’ ในบทบาทของนักแสดงละครนิเทศ จุฬาฯ ปีล่าสุด เรื่อง ‘Secret Alert ห้ามเปิดก่อนได้รับอนุญาต’ หนุ่มไมโลจะเผยความลับออกมาขนาดไหน ไปติดตามพร้อมๆ กันเลย

KRP_1127

Milo’s Missions

Q: ทำไมไมโลถึงชื่อ ‘ไมโล’

A: แม่เราเป็นครูภาษาไทย สอนอยู่ที่สาธิตจุฬาฯ แม่อยากให้ชื่อเชื่อมโยงกับความเป็นไทย ตอนแรกเลยได้ชื่อ ‘ไม้เอก’ มา แต่ชื่อไม้เอกอยู่ได้แค่ประมาณ 2 อาทิตย์เอง เพราะป้าบอกว่า “ชื่อไม้เอก ลูกจะดื้อ” ส่วนที่มาของชื่อไมโลก็คือ ตอนที่ยังอยู่ที่โรงพยาบาล ตอนนั้นยังไม่มีชื่อใหม่ จู่ๆ ก็มีลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งพูดว่า “เอาชื่อไมโลมั้ย” ทุกคนก็เห็นด้วย แล้วพอดีน้าเขยเราเป็นคนเดนมาร์กเค้าก็บอกว่าไมโลเป็นชื่อเทพเจ้าของเดนมาร์กด้วย เราเลยได้ชื่อไมโลมา

Q: ไมโลชอบการแสดงมาตั้งแต่ตอนไหน

ตอนม.ปลายเราทำกิจกรรมเยอะ ทั้งโชว์ คอรัส หลีด เคยเล่นละครห้อง แล้วก็เคยกำกับละครห้องด้วย เป็นละครภาษาอังกฤษ ได้ที่ 1 เลยนะ ตอนนั้นเรารู้สึกเต็มที่มาก มากจนเพื่อนคงเกลียดอะ แบบ ไมโลจะจริงจังอะไรนักหนาวะ แต่เรารู้สึกสนุกและมีความสุขมาก เลยคิดว่าด้านละครก็น่าจะทำได้เหมือนกัน

Q: แล้วพอเข้ามหาวิทยาลัยมา ได้ทำอะไรบ้าง

A: ส่วนใหญ่ก็ถ่ายงานเป็นหลัก เช่นเล่นหนังที่พี่ๆ ทำเพื่อรับน้อง, ถ่ายงาน Open House, ถ่ายแบบเสื้องานบอลครั้งที่ 71, เป็นนักแสดงหนังสั้นจอจิ๋ว แสดงละคร Thesis ของพี่ๆ ภาค PA, เป็นทีมงานกางจอของพี่ๆ ภาค Film, พอปี 2 ก็เป็นสตาฟร้องเพลงในห้องเชียร์ แล้วล่าสุดก็เล่นละครนิเทศ จุฬาฯ

Q: แบบนี้หรือเปล่าที่เรียกว่า ‘เต็มที่แบบนิเทศศาสตร์’

A: คำว่า ‘เต็มที่แบบนิเทศศาสตร์’ สำหรับนิเทศฯ น่าจะคือทุ่มเทให้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแบบสุดตัว ซึ่งถ้าสำหรับเราคือมีเท่าไรก็ให้เท่านั้นเลย ทำให้สุดเท่าที่เราจะสุดได้

KRP_1085

Q: ต่างจากความเต็มที่ของคณะอื่นยังไง

A: จริงๆ มันเทียบกันไม่ได้ คือเต็มที่ของคณะอื่น เค้าอาจต้องโฟกัสกับเรื่องเรียน ในขณะที่คณะเราจะเต็มที่กับการทำกิจกรรมมากกว่า แต่เรื่องเรียนพวกเราก็ยังรอด การทำงานในอนาคตนอกจากมีผลงานแล้ว เรื่องเกรดก็สำคัญนะ เพราะเกรดมันสื่อได้ว่าเราตั้งใจกับทุกอย่างจริงๆ หรือเปล่า

คณะเราจะเต็มที่กับการทำกิจกรรมมากกว่า แต่เกรดมันก็สื่อได้ว่าเราตั้งใจกับทุกอย่างจริงๆ หรือเปล่า

Q: เห็นว่ามีทำงานอื่นๆ นอกคณะด้วย แล้วการทำงานจริงต่างจากทำงานในคณะยังไง

A: ต่างนะ เราอยู่คณะจนเหมือนครอบครัวแล้ว เรารู้สึกดีเวลาทำงานกับคนที่สนิทใจด้วย ต่างจากตอนไปทำงานข้างนอกกับคนที่เจอหน้ากันครั้งแรก เราจะไม่ได้เป็นตัวเองเท่าไร ซึ่งเวลาทำงานหน้ากล้อง มันต้องเป็นตัวเอง ดังนั้นทุกคนที่ทำงานสายนี้จะต้องแฮปปี้ไว้ก่อน เพราะถ้าเครียดแล้วมันเล่นไม่ได้ เลยต้องเรียกอารมณ์ตัวเองกลับมาเตรียมพร้อมไว้เสมอ

Milo’s Top Secrets

Q: กิจกรรมและงานเปลี่ยนอะไรในตัวไมโลบ้าง

A: เรารู้สึกว่าเราได้เป็นไมโลมากขึ้นและคิดมากน้อยลง เมื่อก่อนเราเป็นคนคิดมากแบบสุดๆ เห็นโลกแคบด้วย แต่พอได้ทำกิจกรรมแล้วโลกก็กว้างขึ้น เราได้เจออะไรหลายอย่างที่ทำให้คิดว่า จะมาหยุดคิดมากกับตรงนี้ทำไม ในเมื่อเราปล่อยวาง ช่างมันบ้าง แล้วไปเริ่มทำอย่างอื่นต่อก็ได้ ไม่ต้องจมอยู่กับปัญหา อันไหนวางได้ก็วาง ปล่อยได้ก็ปล่อย แล้วชีวิตจะมีความสุขขึ้น

จะมาหยุดคิดมากกับตรงนี้ทำไม ในเมื่อเราปล่อยวาง ช่างมันบ้าง แล้วไปเริ่มทำอย่างอื่นต่อก็ได้

Q: แล้วงานที่อยากทำในอนาคตล่ะ

A: อยากทำ PR (Public Relations) ในบริษัทใหญ่ๆ และมีความมั่นคงในชีวิต ที่เราอยากเรียน PR คือเราอยากรู้เรื่องการตลาด เพราะว่าอยากเปิดธุรกิจของตัวเองด้วย ตอนนี้ยังไม่ได้คิดเลยว่าจะเป็นธุรกิจแบบไหน แต่อยากขายอะไรที่ ง่าย แปลก และคนต้องการ อารมณ์แบบ สบู่กำจัดขน ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นแบรนด์สู่ตลาดโลก แค่ขอให้ถูกใจคนไทยก็พอแล้ว

KRP_1115

Q: ตอนแรกนึกว่าอยากทำงานสายการแสดงซะอีก

A: เราเป็นคนชอบการแสดง รู้สึกว่ามันสนุก ถ้ามีโอกาสก็อยากทำ แต่ทีนี้เราคิดว่าถ้าเราเป็นดารา แล้ววันหนึ่งเราขาขาด คือชีวิตในวงการจบเลยนะ มันไม่มั่นคงแล้ว อีกอย่าง ถ้าเป็นดารา ความเป็นส่วนตัวจะน้อยมาก แล้วเราเป็นคนที่ต้องการโลกส่วนตัว อยากมีเวลาให้กับตัวเอง

Q: แล้วนิเทศฯ ตอบโจทย์ฝันของไมโลได้ขนาดไหน

A: ตอบได้เยอะเลย เรามีความสุขที่ได้เรียน marketing ได้เรียนหลักโฆษณา รู้สึกว่ามันใช่มาก ทั้งกิจกรรมและการเรียนตอบโจทย์ได้หมดเลย อีกอย่างที่ชอบคือนิเทศฯ เป็นเหมือนครอบครัว อย่างตอนนั้นที่ไปถ่ายโฆษณาของเนสท์เล่อะ ตอนแรกเรากดดันมาก ยิ่งไม่มีเพื่อนยิ่งกดดัน แต่วันที่ถ่ายทำจริงๆ เจอผู้กำกับใส่เสื้อคืนสู่เหย้านิเทศฯ พี่เค้าชื่อพี่บุ๊ค เราก็เข้าไปคุยแบบ “ผมไมโล รุ่น 51 นะครับ” ตอนนั้นรู้สึกสบายใจขึ้นมาก แค่เราได้เจอพี่ในคณะก็รู้สึกว่าทำงานง่ายขึ้น กดดันน้อยลงมาก

Milo’s Undercover

Q: ปีนี้ได้เป็นนักแสดงละครนิเทศด้วย อะไรคือแรงบัลดาลใจให้ไมโลมา try out เป็นนักแสดง

A: ตอนอยู่สาธิตจุฬาฯ ช่วงป.3 แม่เคยพาไปดูละครนิเทศเรื่อง ‘เทพนิยำ คนอลหม่าน นิทานอลเวง’ เกี่ยวกับเด็กเนิร์ดที่อ่านหนังสือแล้วหลุดเข้าไปอีกมิติ คนที่เล่นเป็นแม่มดคือพี่มาดามมด ตอนนั้นพีคมากจนเราคิดว่า ถ้าสอบติดนิเทศฯ จะต้องได้เล่นละครนิเทศสักปี ขอแค่สักครั้ง ไม่ต้องเป็นพระเอกก็ได้ ไม่ซีเรียสเลย

Q: แล้วละครนิเทศปีนี้เป็นยังไงบ้าง

ละครปีนี้มีชื่อว่า ‘Secret Alert ห้ามเปิดก่อนได้รับอนุญาต’ ปีนี้แปลกกว่าปีอื่นๆ มาก คิดว่าไม่น่าจะมีละครเวทีที่ไหนทำเกี่ยวกับโรงเรียนสายลับมาก่อน เป็นละครที่ครบรสมาก มีทั้ง ตลก ดราม่า และย้อนวัยไปในช่วง Back to School ด้วย เพลงเพราะ Fulfill อารมณ์มาก ทุกๆ ฝ่ายในละครเต็มที่กันมากจริงๆ ที่สำคัญคือบัตรถูกมากๆ (หัวเราะ)

Q: ใน Secret Alert ไมโลเล่นเป็นใคร

เราเล่นเป็นเท็ดดี้ เป็นคนที่สนุกกับทุกอย่างในชีวิต เวลาเท็ดดี้เศร้าหรือคิดมาก จะพยายามดันตัวเองขึ้นมา เป็นคนใสซื่อ เด๋อด๋า สนุกสนาน ติดการ์ตูน เชื่อคนง่าย แล้วก็ชอบจริงจังผิดที่ผิดเวลา

Q: เท็ดดี้มีส่วนคล้ายไมโลมั้ย

เท็ดดี้น่าจะเป็นเราที่สนุกกับทุกเรื่อง… คือการแสดง มันต้องมีส่วนหนึ่งที่เป็นตัวเองอยู่แล้ว เพราะว่าไม่มีใครที่สามารถเล่นฉีกจากตัวเองได้ขนาดนั้น ยกเว้นว่าเก่งจริงๆ สุดท้ายแล้วถึงเราเล่นอะไรที่ฉีกจากตัวเอง หนึ่งในนั้นก็ต้องมีส่วนที่เป็นเราอยู่ดี

KRP_1093

Q: การฝึกซ้อมของละครนิเทศเป็นยังไงบ้าง

สำหรับละครนิเทศจะมีทีมงานบางส่วนที่ต้องฝึกซ้อมตลอด 6 เดือน ซึ่งห้องฝึกซ้อมจะเรียกว่าห้องเวิร์กชอป ในห้องจะมี 3 ทีม คือทีมงานนักแสดง (รวมถึงทีมผู้กำกับ) ทีมแดนซ์และทีมคิดท่าเต้น (Choreographer)  กับทีมสเตจคือทำเบื้องหลัง ทำงานร่วมกันตลอดเวลา โดยนักแสดงกับทีมแดนซ์จะเป็นตัวดำเนินเนื้อเรื่อง สเตจจะเป็นคนที่ช่วยนักแสดงและทีมแดนซ์ ทั้งในเรื่องของการเลื่อนฉาก จัดวางพร้อพ และพานักแสดงเข้าออกเวที

Q: บนห้องเวิร์กชอปทำอะไรกันบ้าง

ตอนแรกจะเป็นการ Ice Breaking ก่อน แล้วสำหรับนักแสดงก็จะมีฝึกแสดง ลงรายละเอียดแต่ละบท จำบทว่าฉากนี้อารมณ์แบบนี้ แล้วค่อยวางบล็อกกิ้งบนเวที ส่วนทีมแดนซ์ ตอนเพลงยังไม่มาก็ฝึกเต้นให้กลมกลืนกัน พอเพลงมาก็เข้าบล็อก สำหรับสเตจก็จะคอยสนับสนุนทุกทีม ถ้าไม่มีสเตจก็คือทำอะไรไม่ได้เลย แล้วพอถึงช่วงที่ประกอบบทกับเพลง ทั้งสามทีมก็จะมาทำงานร่วมกัน

Q: อะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับการแสดง

ความเป็นธรรมชาติยากสุดแล้ว ทำยังไงถึงจะเป็นตัวละครนั้นได้เป็นธรรมชาติ ซึ่งเราต้องพยายามตัดความคิดที่ว่าจะต้องเป็นตัวละครออกไป และต้องรับเค้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับเรา ต้องย้ำกับตัวเองว่าเราเป็นตัวละครนั้น อยู่ในเรื่องโดยที่เป็นเทดดี้ ไม่ใช่ไมโล

Dreamer’s Alert

Q: ไมโลคิดว่าแรงบันดาลใจเป็นสิ่งที่ใช้หมดไปหรือเปล่า

A: ไม่นะ เราคิดว่าแรงบันดาลใจของคนเป็นสิ่งที่มีได้เรื่อยๆ แต่อย่าเปลี่ยนแรงบันดาลใจเป็นแรงกดดันเลย หลายคนพอมีแรงบันดาลใจแล้วมันทำไม่ได้เพราะเกิดความกดดัน แล้วจะรู้สึกเฟล ซึ่งวิธีแก้เฟลก็คือต้องหาช่องทางอื่นๆ ที่จะไปต่อให้ได้

อย่าเปลี่ยนแรงบันดาลใจเป็นแรงกดดันเลย

Q: สำหรับไมโล ช่องทางอื่นๆ หามาจากไหน

เรารู้สึกว่ามันมาเองนะ เวลาเราโตขึ้น เราเปลี่ยน คนรอบข้างเราเปลี่ยนไป สังคมก็ไม่เหมือนเดิม ทุกวันมีอะไรใหม่ๆ เข้ามาตลอดอยู่แล้ว ขอแค่ไม่ปิดกั้น บางทีเราไม่ได้คิดว่าสิ่งหนึ่งเป็นแรงบันดาลใจ แต่จริงๆ แล้วมันอาจจะเป็นก็ได้

Q: คิดว่าจะไล่ตามความฝันให้สำเร็จ ต้องทำยังไง

ต้องไม่คิดมาก คือฝันได้แต่อย่าเพิ่งคาดหวังอะไร ค่อยๆ ไต่ไป แต่ถ้าเราเห็นทางลัด ก็ให้รีบไปทางนั้น

Q: แล้วถ้ายังหาความฝันไม่เจอ ต้องทำยังไง

เราว่าความฝันมันคือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข ก็แค่ง่ายๆ ถ้าทำอะไรแล้วมีความสุขก็ทำไป ไม่มีใครมีความฝันแล้วมานั่งเป็นทุกข์หรอก ความฝันคืออะไรก็ได้ที่ทำแล้วมีความสุข อาจจะไม่ต้องหาหรอก บางทีอาจจะเจอแล้ว แต่แค่ยังไม่รู้ตัว

ความฝันมันคือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข ก็แค่ง่ายๆ ถ้าทำอะไรแล้วมีความสุขก็ทำไป

KRP_1146

Secret Alert ห้ามเปิดก่อนได้รับอนุญาต’ แสดงวันที่ 27-29 มกราคม 2560 รอบ 19:00 น. (เสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบ 13:00 น.) โรงภาพยนตร์สกาลา สยามสแควร์ บัตรราคา 340, 300 และ 260 บาท ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ (จันทร์-ศุกร์ เวลา 12:00-18:00 น.) ทาง www.showbooking.com หรือ ร้านบูมเมอแรง 8 สาขา (เซ็นทรัลเวิลด์, terminal 21, เซ็นทรัลพระราม 9, เซ็นทรัลลาดพร้าว, แฟชั่น ไอส์แลนด์, เมกาบางนา, เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัลพระรามสอง)

 

ถ่ายภาพโดย กรพินธุ์ บุญส่งทรัพย์ (นิเทศศาสตร์)

เขียนเมื่อ โดย...

More to Read...

TIMELIE: เกมไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก 4 เคล็ด(ไม่)ลับพาหนีโสด ฉบับเด็กนิเทศ REG WAR: บทสัมภาษณ์สุด exclusive ของ “สำนักงานการทะเบียน” มาร์ช มาวีร์: PR งาน TEDxChula ที่ทำมากกว่าแค่ขายบัตรให้หมด หมิว ธนียา : แอดมินเพจHIWSUS สู่การเป็น Social Media Planner TEDxChula

Comments

ปิดโหมดสีเทา