Interview

กอล์ฟมาเยือน: สู่โลกของช่างภาพมืออาชีพ


โดย เมื่อ

เชื่อว่าคนรักการถ่ายภาพหลายคนน่าจะพอคุ้นหูคุ้นตากับภาพสวย มุมมองแปลกๆ จากมุมสูงที่ถ่ายด้วยโดรน และชื่อของช่างภาพชื่อดังอย่าง ‘กอล์ฟมาเยือน’ ไม่มากก็น้อย เราชาว CHU! จึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักคนข้างหลังภาพให้มากขึ้น ในบทสนทนากับ กอล์ฟ กันตพัฒน์ พฤฒิธรรมกูล ที่แม้จะเพิ่งเป็นบัณฑิตสดๆ ร้อนๆ ของคณะบัญชีฯ ภาคการตลาด แต่กลับหันมาเลือกทำอาชีพช่างภาพอย่างจริงจัง ลองไปดูกันเถอะว่ากว่าจะมาเป็นกอล์ฟมาเยือน กอล์ฟได้เยือนอะไรมาแล้วบ้าง!
IMG_8006

เยือนโลกแห่งการถ่ายภาพ

Q: สนใจถ่ายภาพมาตั้งแต่เมื่อไหร่

A: ปีสามครับ ก่อนหน้านั้นก็มีถ่ายเล่นๆ บ้าง มีกล้องก็ถ่ายมั่วๆ ไป ใช้กล้องธรรมดาเป็นกล้องเล็กๆ แบบคอมแพคเลย แต่ตอนปีสามก็เริ่มจริงจัง เริ่มศึกษาหาข้อมูลว่าทำยังไงจะเก่งขึ้น

Q: อะไรที่ทำให้อยากศึกษาการถ่ายภาพขึ้นมา

A: จำได้ว่าตอนนั้นเราจะไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อน แล้วมันไม่มีคนถ่ายภาพสวยๆ ในกลุ่มไง เราอยากได้ภาพดีๆ มาเก็บไว้

Q: เข้า CU Photo ได้ยังไง

A: พอหลังจากเราศึกษาจริงจังแล้วก็ไปหาข้อมูล ว่าทำยังไงจะเก่งขึ้น ก็เลยไปรู้จักรุ่นพี่คนหนึ่ง ชื่อพี่แอล เป็นช่างภาพ landscape ที่มีชื่อเสียงมาก แล้วรู้ว่าพี่เค้าจะมาพูดให้ชมรม CU Photo เราก็อยากเข้าชมรมตอนนั้นเลย จะได้ไปฟังพี่เค้า หลังจากนั้นก็ทักไปที่ชมรมว่าเราอยากเข้านะ ต้องทำยังไงบ้าง

ตอนแรกก็ไม่รู้ด้วยนะว่าเดินเข้าไปได้เลย เข้าใจว่าต้องสอบเข้า เรานี่เตรียมเลือกภาพสวยๆ ทำเป็น portfolio นึกย้อนไปก็ขำ เพราะไม่มีใครเค้าทำกัน (หัวเราะ)

IMG_8111edt

Q: แล้วได้อะไรจาก CU Photo บ้าง

ก็ได้เรียนรู้อะไรจากชมรมเยอะแยะเลย เพราะข้างในก็มีคนที่เค้าสนใจเรื่องเดียวกับเราแล้วเค้าเก่งกว่าเราเยอะมาก พอเข้าไปเราเลยได้เรียนรู้จากเค้าด้วย ศึกษาด้วยตัวเองด้วย รวมๆ กัน

เข้าใจว่าต้องสอบเข้า CU Photo เรานี่เตรียมเลือกภาพสวยๆ ทำเป็น portfolio นึกย้อนไปก็ขำ เพราะไม่มีใครเค้าทำกัน

เยือนโลกของการทำงาน

Q: ทำไมถึงหันมารับงานถ่ายภาพ

พอเราถ่ายภาพไปได้ซักพักก็เริ่มคิดจะหาเงินละ ตอนนั้นชอบกินแซลมอนมาก แล้วแซลมอนมันจานละสี่ห้าร้อยงี้ สมัยเราเรียนอยู่ก็ยังหาเงินเองไม่ได้ไง จะขอเงินพ่อแม่มากินรัวๆ มันก็แพง เราเลยจะรับงานถ่ายภาพ งานแรกที่รับคือ portrait เต็มวันสองพันบาท ตัดราคาชาวบ้านเค้าเลย คนอื่นนี่สามสี่พัน แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าทำงานแล้วได้เงินสองพันนะ แต่คิดว่าทำงานแล้วจะได้แซลมอนสี่จาน ในหัวนี่คือเป็นภาพข้าวหน้าแซลมอนโผล่มาสี่จานก็คิดว่าเยอะแล้ว คุ้ม อาทิตย์นึงกินได้สองจาน รับหนึ่งงานกินได้สองอาทิตย์

Q: ตอนนั้นก็ยังไม่ได้คิดเรื่องจะถ่ายภาพเป็นอาชีพด้วยใช่มั้ย

A: ไม่เลย (หัวเราะ) คิดแค่ว่าเราอยากกินแซลมอน

Q: แล้วตอนไหนที่คิดว่าควรจะรับงานเป็นอาชีพจริงๆ แล้ว

A: น่าจะหลังเรียนจบแล้วนะ เพราะตอนที่เราเรียนจบใหม่ๆ ก็มีงานหลักเกือบๆ แสนแล้ว ถ่ายงานดีๆ บางทีได้เจ็ดแปดหมื่นเลยก็มี เราก็เลยมาคิดว่าถ้าเราทำงานประจำแล้วได้ประมาณหมื่นสองหมื่นแถมไม่ใช่แนวที่เราชอบด้วยคงไม่ดีเท่าไร ไปทำอะไรที่เรามีความสุขดีกว่า งานมันก็จะออกมาดีด้วย ก็เลยมาทางถ่ายภาพนี่แหละ

ต่อมาเราก็คิดว่าถ่ายภาพอย่างเดียวคงไม่เวิร์ค เลยจะเป็นบล็อกเกอร์ด้วย ก็เลยทำเพจไปด้วย เราเรียนการตลาดมาก็เลยคิดว่าอยากสร้างแบรนด์ของตัวเอง พยายามหาวิธีว่าเราจะทำให้มันแตกต่างจากช่างภาพทั่วไปได้ยังไงบ้าง

Q: แล้วทำไมต้องชื่อเพจ กอล์ฟมาเยือน

A: ไม่มีเหตุผล มันกวนดี (หัวเราะ) แล้วเราตั้งเป็นชื่อเพจ พอคนกดไลค์เยอะๆ มันเปลี่ยนชื่อเพจไม่ได้ เลยใช้เลยตามเลย

Screenshot (9)
รูปนี้กอล์ฟตั้งกล้องถ่ายตัวเองเลยนะ!

เยือนโลกความเป็นจริง

Q: ทางครอบครัวมีความเห็นยังไงกับการยึดอาชีพ ช่างภาพของคุณ

A: ตอนแรกพ่อก็ไม่โอเค คือที่บ้านไม่ได้บังคับ ค่อนข้างปล่อยมากๆ ก็จริง แต่ก็ไม่ได้สนับสนุนให้ถ่ายภาพเท่าไร เหมือนเค้ายังมีความคิดแง่ลบเกี่ยวกับช่างภาพอยู่ แบบผู้ใหญ่สมัยก่อนที่ยังไม่ค่อยเห็นคุณค่าของงานศิลปะ ไม่ได้คิดว่างานถ่ายภาพมันจะทำเงินได้ พ่อเคยบอกว่า “ถ่ายภาพถ่ายไปเถอะ เดี๋ยวเค้าก็ลืม วันนี้เค้ามาชมว่าภาพเราสวย พรุ่งนี้เค้าก็ลืมแล้ว”

ตอนนั้นเราก็ท้อนะ แต่สุดท้ายก็ต้องเชื่อมั่นในตัวเอง ว่าเราจะจริงจังกับมันให้ได้ และประสบความสำเร็จกับมันให้ได้ แล้วเราก็ต้องทำให้ได้ แล้วเราก็ทำไปเรื่อยๆ ตั้งแต่รู้ว่าเราถ่ายภาพแล้วได้เงินเพียงพอ พ่อเค้าก็โอเคกับมันแล้ว

สุดท้ายก็ต้องเชื่อมั่นในตัวเอง ว่าเราจะจริงจังกับมันให้ได้ และประสบความสำเร็จกับมันให้ได้ แล้วเราก็ต้องทำให้ได้

Q: คิดว่านอกจากเงินแล้ว งานถ่ายภาพให้อะไรกับคุณอีกบ้าง

น่าจะเป็นเรื่องสังคมนะ คือเราได้รู้จักเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง ได้รู้จักคนเยอะขึ้นมากๆ คือหลังจากเรารับงานมันก็ไม่ได้เรียนรู้แค่การถ่ายภาพ แต่มันทำให้เราเรียนรู้การเข้าสังคมแล้วก็มุมมองความคิดคนด้วย

Q: แล้วข้อเสียล่ะ

A: ข้อเสียน่าจะเป็นเรื่องของคนรอบข้างมากกว่า คือเวลาเราไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วเราอยากถ่ายภาพ ถ้าเค้าไม่ได้สนุกแบบเราเค้าก็จะเบื่อกัน อย่างเวลาเจอพระอาทิตย์ตกดิน คนปกติเห็นก็ยืนมองอยู่สักห้านาทีว่าสวยดีนะ แล้วก็เดินออก แต่เรานี่อยู่ได้ 2-3 ชั่วโมงเลย หลังๆ เราเลยต้องแบ่งแล้วว่าทริปไหนจะถ่ายภาพ ทริปไหนเที่ยว ถ้าจะถ่ายภาพก็จะถ่ายจริงจัง ถ้าจะเที่ยวก็ไม่ถ่ายภาพเลย ไม่ก็ถ่าย snap ง่ายๆ พอ

Q: เคยโดนขโมยผลงานบ้างหรือเปล่า

เยอะเลย แต่หลังๆ มานี่เราก็ไม่มีเวลามาสนใจ บางที search ภาพมาเจอเยอะมากที่เอาภาพเราไปแล้วไม่ได้เขียนเครดิตให้ ซึ่งเราก็ไม่ได้ใส่ลายน้ำในภาพด้วย เพราะไม่อยากให้มันเป็นจุดสนใจของภาพหรือเป็นจุดรบกวนในภาพไป เราอยากให้คนที่เห็นภาพเราเค้ารู้เลยว่านี่คือภาพของเรามากกว่า คือใช้เอกลักษณ์ของตัวเองแทนไปเลย หรือถ้าบางทีก็มีที่ใส่ลายน้ำลงในภาพ แต่เราจะใส่แค่เล็กๆ แบบเรารู้แค่คนเดียว ไว้เวลาจะอ้างอิงว่าเป็นภาพเรา

Q: ระหว่างงานที่ชอบแต่ได้อะไรตอบแทนน้อย กับงานที่ไม่ชอบแต่ได้อะไรตอบแทนมากกว่า จะเลือกแบบไหน

A: เราจะทำให้งานที่เราชอบมันให้อะไรเรามากกว่าให้ได้นะ ต้องมั่นใจในตัวเองว่าเราทำได้ อย่างเวลารับงานมันก็มีหลายงานที่เราไม่เคยทำ แต่พอถามว่าทำได้มั้ยก็จะตอบไปก่อนเลยว่าทำได้ จากนั้นก็หาวิธีทำให้วุ่นเลย อย่างงานถ่ายอาหารเราก็ต้องหา research หนักมาก เอาน้ำมาผสมกลีเซอรีน ทำให้น้ำเกาะตัวเป็นหยดที่ข้างแก้ว อาหารที่มันบนจานสวยๆ ต้องใช้กาวแปะไม่ให้มันร่วง อันไหนใช้น้ำแข็งปลอม ใช้น้ำแข็งจริง ก็ต้องหาข้อมูลเพิ่ม

IMG_8025edt

เราว่าแต่ละคนก็มีจุดที่ถนัดต่างกันไป แต่ถ้าพัฒนาก็พัฒนากันได้ทั้งนั้นแหละ

เยือนโลกผ่านเลนส์ของกอล์ฟ

Q: อะไรที่ทำให้คุณเน้นถ่ายภาพ landscape  

A: เราไม่ใช่คนที่เอนเตอร์เทนคนได้ ไม่รู้วิธีการบอกให้โพสท่า แล้วก็ไม่เข้าใจวิธีการมองหน้าของผู้หญิงด้วยว่ามุมไหนมันเป็นมุมสวย (หัวเราะ) ก็เลยชอบถ่ายห้องถ่ายตึกมากกว่า อย่างน้อยมันก็ว่าเราว่าถ่ายมันไม่สวยไม่ได้ ทุกวันนี้เราไม่รับงาน portrait แล้ว ยกเว้นเพื่อนหรือคนที่สนิทจริงๆ ไม่งั้นเหนื่อย

Q: มีภาพไหนที่ถ่ายมาแล้วชอบเป็นพิเศษมั้ย

มีภาพที่ไปลง National Geographic เป็นภาพที่เราไปถ่ายที่อินโดนีเซีย ชอบมาก เพราะมันเป็นมุมที่ทุกคนที่ไปอินโดฯ ต้องเห็นมุมนี้ เป็นทางขึ้นภูเขาไฟโมโม่ แต่ไม่มีใครเคยถ่าย เพราะต้องใช้เลนส์ระยะไกล แล้วก็เล็งมุมยากด้วย เลยชอบเป็นพิเศษ

17084434768_52afce6590_k
ภาพของกอล์ฟที่ได้ลงใน National Geographic

แล้วก็มีภาพวันพ่อ ภาพพลุ ภาพที่ใช้โดรนถ่ายจุฬาฯ ก็ชอบ ถ่ายออกมาแล้วรู้สึกว่าดีกว่าที่คิด เลยรู้สึกว่ามันพิเศษ

Q: มีภาพถ่ายฝีมือใครที่ชอบเป็นพิเศษหรือเปล่า

A: มี ชื่อพี่เก่ง วีรวุฒิ นนทเวชช์ เป็นรุ่นพี่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาพเค้าจะเป็นภาพที่เราไม่คิดว่าเค้าจะถ่ายออกมาได้ คือจะไม่ได้อลังการงานสร้าง บางทีแค่เป็นซอยธรรมดา ถ่ายง่ายๆ แต่กลับทำออกมาได้น่าประทับใจทุกภาพ

Q: ไอเดียเบื้องหลังการเลือกมุมกล้องมาจากไหน

A: ก็มาจากการดูภาพถ่ายนี่แหละ แต่ที่สำคัญคือเราต้องเลือกแนวทางให้ถูก คือบางครั้งภาพที่คนชอบเยอะก็ไม่ได้เป็นภาพที่ดี ภาพที่เรียกยอดไลค์เยอะๆ พอเอาไปเทียบกับภาพที่ดี ถึงยอดไลค์จะไม่เยอะแต่มันทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากมันมากกว่า

Q: แล้วแบบไหนถึงจะเรียกว่าภาพที่ดี

A: อย่างภาพที่เรียกยอดไลค์เยอะๆ อาจจะเป็นภาพทางช้างเผือก หรือภาพที่สีสดๆ มันจะดึงดูดสายตาคนเยอะกว่า คนส่วนใหญ่จะชอบ แต่จริงๆ ภาพที่ดีมันไม่ได้จำเป็นต้องมีอะไรเยอะ ไม่ได้ต้องมีทางช้างเผือก มีดาวเยอะ หรือสีสดๆ บางทีภาพธรรมดาง่ายๆ ก็ดีได้

Q: แล้วชอบแนวไหนมากกว่ากัน ระหว่างคนชอบเยอะกับภาพที่ดี

A: เราว่าทั้งสองอย่าง เราพยายามจะถ่ายภาพที่เป็นภาพที่คนชอบเยอะแล้วก็เป็นภาพที่ดีให้ได้ ซึ่งก็ยากพอสมควร ทุกวันนี้ก็ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ คือต้องชอบมันถึงจะทำได้ ถ้าไม่ชอบก็เหมือนไปฝืนมัน แต่ถ้าเราชอบเราก็ยังอยากจะเรียนรู้มันอยู่ ทุกวันนี้เราก็อยากเรียนรู้มันอยู่เรื่อยๆ

ต้องชอบมันถึงจะทำได้ ถ้าไม่ชอบก็เหมือนไปฝืนมัน แต่ถ้าเราชอบเราก็ยังอยากจะเรียนรู้มันอยู่

IMG_8050

ถ้าอยากเห็นผลงานของกอล์ฟ ลองเข้าไปดูได้เลยที่ www.golfwashere.com หรือ เพจกอล์ฟมาเยือน 

เขียนเมื่อ โดย...

More to Read...

Supermoon: ตัวแทนแห่งจันทราจะพาไปลอยกระทงเอง! ชวนย้อนอดีต: เดินทางข้ามเวลากับพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพฯ ใต้ร่มจามจุรี: เรื่องราวของไม้ใหญ่บนถนนสายแรกในจุฬาฯ Re-Entrance: ก้าวหน้า หรือ ถอยหลัง? อยากจำกลับลืม: คู่มือช่วยจำสำหรับช่วงไฟนอลนี้

Comments

ปิดโหมดสีเทา