Interview

ฟรัง นรีกุล ในบทบาทชีวิตที่หลากหลาย


โดย , เมื่อ

เชื่อว่าตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ฟรัง นรีกุล เกตุประภากร” หรือที่หลายคนรู้จักเธอในบทบาท ออย จากซีรีส์เรื่อง Hormones วัยว้าวุ่น ตอนนี้ฟรังเป็นนิสิตชั้นปีที่ 1 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการแล้ว บทบาทของฟรังไม่ได้มีแค่ออยฮอร์โมนส์เท่านั้น แต่ยังมีบทบาทใหม่ๆ เพิ่มเติมมาอีกด้วย แต่ละบทบาทจะเป็นยังไงบ้าง ลองไปคุยกับเธอกัน

IMG_3832

Frung: in Chula

Q: เท่าที่เปิดเทอมมาสองอาทิตย์กว่าๆ คิดว่าชีวิตมหาลัยแตกต่างจากชีวิตมัธยมมากมั้ย

A: ต่างนะ อย่างปีหนึ่งของเราที่เปิดเทอมมา มันเหมือนจะชิวแต่มันก็ไม่ค่อย เพราะมีกิจกรรมเยอะ แล้วพอเป็นคณะเราที่รุ่นพี่อ่านหนังสือหนัก ปีหนึ่งก็ต้องจัดการกันเอง รุ่นพี่ไม่ได้ลงมาช่วย อย่างกีฬาเฟรชชี่ของคณะปีหนึ่งก็ช่วยกันทำ แล้วถ้าเป็นแต่ก่อนตอนทำงานจะมีคนที่ดูคิวงานให้เรา มีคนคอยเตือนว่าอย่าลืมนะพรุ่งนี้มีงาน แต่พอมาอยู่มหาลัยมันไม่มีคนมาเตือน เราต้องช่วยเหลือตัวเอง

Q: แล้วสิ่งที่ฟรังเรียนรู้จากที่นาดาว นำมาปรับใช้กับที่จุฬาฯ ได้บ้างมั้ย

A: ได้นะ อย่างการทำงานมันทำให้เราจัดเวลาเป็น เราจะเห็นคุณค่าของเวลามากกว่าตอนที่เราไม่ทำงาน เพราะตอนเราทำงานเวลาเราก็จะน้อยลง เวลาอ่านหนังสือสอบก็จะต้องโฟกัสมากขึ้นเพราะเวลาเราน้อยกว่าคนอื่น แล้วก็ทำให้เข้าหาคนอื่นเป็นมากขึ้น เพราะมันต้องทำงานกับคนเยอะ พอเวลามามหาลัยก็ทำความรู้จักเพื่อนได้ง่ายขึ้น

การทำงานมันทำให้เราจัดเวลาเป็น เราจะเห็นคุณค่าของเวลามากกว่าตอนที่เราไม่ทำงาน

Q: จนถึงตอนนี้ ฟรังได้ทำกิจกรรมอะไรของคณะบ้าง

A: ส่วนใหญ่ก็เป็นจิปาถะ เราไปเดินพาเหรดในงานเปิดกีฬาเฟรชชี่มาด้วย ธีมกรีก เราเดินเป็นแพนโดร่าถือกล่อง ซึ่งโดนทาบทามให้มาเดินก่อนวันจริง 1 วัน ทำให้ต้องจัดการเรื่องชุดกับแต่งหน้ากันเอง นอกจากนี้ก็มีทำพร็อพถุงมือ เล็กๆ น้อยๆ ทั่วไปแหละ

Q: นอกจากกิจกรรมของคณะแล้ว ได้คิดไว้รึยังว่าจะทำกิจกรรมอะไรของมหาลัยบ้าง

A: คิดว่าอันไหนน่าสนใจก็อยากทำ แต่คงไม่ทำอะไรที่หนักมาก เพราะเราทั้งเรียนและทำงาน นี่เปิดเทอมมาทุกวิชามีงานกลุ่ม ตอนนี้ประมาณ 4 งานแล้วที่ต้องถ่ายวิดีโอส่ง แต่ถ้าเป็นงานอะไรที่พอไหวก็อยากทำนะ

Frung: in MDCU

Q: ทำไมถึงอยากเรียนหมอ มีใครหรืออะไรเป็นแรงบันดาลใจมั้ย

A: จริงๆ เป็นคนขี้สงสาร ยิ่งเวลาเห็นข่าวเศร้าๆ ก็รู้สึกว่าอยากช่วยด้วย แล้วพอดูซีรีส์ก็รู้สึกว่าเป็นหมอมันคูล มันเท่ ได้ช่วยเหลือคนอื่นๆ เป็นฮีโร่ (ยิ้ม)

Q: แล้วอยากเป็นหมอเฉพาะทางอะไร

A: ตอนแรกเราเคยอยากเป็นหมอผิวหนัง แต่ตอนนี้เราก็เริ่มไม่แน่ใจแล้ว รุ่นพี่บอกว่ายังไม่ต้องรีบ อีกตั้งหกปีถึงจะจบ ให้ค่อยๆ เรียนรู้ไปว่าจะชอบอะไรดีกว่า

Q: ทำไมถึงเลือกมาเรียนที่นี่ แพทย์ฯ จุฬาฯ มีอะไรที่ที่อื่นไม่มีรึเปล่า

A: เราเลือกที่นี่เป็นอันดับหนึ่งเลย อย่างแรกก็เพราะแพทย์จุฬาฯ มีชื่อเสียง มีงานวิจัยเยอะ อีกอย่างคืออยู่ใกล้ด้วยแหละ แล้วตั้งแต่เด็กๆ ก็จะรู้สึกว่าต้องเก่งมากๆ ถึงจะเข้าจุฬาฯ ได้ ข้อดีอีกอันนึงคือที่นี่ไม่ต้องเรียนแคล (หัวเราะ)

14074598_10208980507343252_370900288_o

Q: เทอมนี้เรียนอะไรบ้าง

A: ก็มี Exp Eng กับ Eng Med ของคณะแพทย์ เคมี ฟิสิกส์ แล้วก็ Doc Soc เรียนเรื่องแพทย์กับสังคม แล้วก็เจนเอ็ด

Q: ปี 1 เหมือนเรียนทวนความรู้ม.ปลายมั้ย

A: ใช่ เหมือนปี 1 เป็นแบบพื้นฐานวิทยาศาสตร์ทั่วไป ยังสบายๆ อยู่

Q: แปลว่าตอนนี้ก็ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นแพทย์เลยสิ

A: ยังเลย คือเพิ่งเปิดเทอมด้วย แล้วตัวเองก็ยังไม่มีความรู้วิชาใดๆ เกี่ยวกับแพทย์ที่จะไปรักษาคนได้เลย แต่ว่าเวลาเห็นรุ่นพี่ก็คิดนะว่าสักวันเราจะเป็นแบบเค้า ก็รู้สึกดีที่สอบติด ได้อยู่ในคณะนี้ มันเป็นอีกก้าวนึงแล้ว มากกว่าตอนมัธยม อย่างน้อยเราก็ได้มาอยู่ในคณะแล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงกับพร้อมที่จะเป็นหมอนะ

Frung: in the limelight

Q: แล้วในส่วนวงการบันเทิง ฟรังเริ่มเข้าวงการได้ยังไง มีใครหรืออะไรเป็นแรงบันดาลใจบ้างมั้ย

A: จริงๆ ตอนเด็กๆ เราก็เคยถ่ายโฆษณาบ้าง จนตอนม.4 นี่แหละที่มีโครงการ Hormones the next Gen มีคนโพสท์รูปเราส่งไปในไอจี เราก็ดันเข้ารอบ ได้ไปแคสท์ มันก็เป็นโอกาสดี คือเราก็เคยดูฮอร์โมนส์ซีซั่นแรก ก็รู้สึก เป็นซีรีส์ที่ดีนะ เราก็เลยลองไป แล้วก็ทำมาเรื่อยๆ แต่ไม่ได้คาดหวังว่าจะมาจนถึงจุดนี้เลย

Q: การทำงานในวงการบันเทิงพร้อมกับเรียนไปด้วยทำให้ฟรังโตเร็วกว่าเพื่อนมั้ย หรือเพราะบทก็เป็นเด็กมัธยมเลยไม่ส่งผลเท่าไร

A: ใช่ ตอนแสดงบทก็ไม่ต้องปรับอะไรมาก เพราะมันก็เป็นวัยของเรา แต่จริงๆ แล้วก็ทำให้โตขึ้นแหละ การทำงานทำให้เราได้ไปทำงานกับคนจริงๆ ผู้กำกับจะบอกว่าเราไม่ใช่เด็กที่ไปวิ่งเล่นในกองถ่าย ไม่ใช่เด็กที่ไปฝึกงาน แต่เราทำงานในกอง ทุกคนก็ปฏิบัติกับเราเหมือนเราโตแล้ว มันทำให้เราต้องรับผิดชอบ ห้ามมาเลท เพราะถ้าเลททุกคนในกองก็จะรอเรา แบบนี้เลยทำให้เราตรงเวลาและรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น รู้ว่าโลกนี้ก็มีหลายด้านหลายมุมมากขึ้น

Q: ฟรังรับงานหลายประเภทมาก ทั้งแม็กกาซีน ถ่ายเอ็มวี ซีรีส์ แต่จริงๆ แล้วชอบงานประเภทไหนมากที่สุด

A: จริงๆ ชอบทุกอย่าง แต่ชอบมากที่สุดเราว่าชอบซีรีส์ละกัน เพราะเป็นอย่างแรกที่เราได้ลองทำ แล้วเราค่อนข้างตั้งใจมาก พอผลงานออกมาแล้วก็รู้สึกภูมิใจกับมัน

IMG_3840

Q: ตอนนี้มีทำอะไรอยู่บ้างมั้ย

A: มีเรียนแอคติ้ง เดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้ก็ไปเรียนแอคติ้งต่อ ทางนาดาวจัดการให้ เหมือนเขาอยากให้เราเพิ่มทักษะ แต่อยู่ดีๆ ก็ให้มาเรียนตอนเปิดเทอม (หัวเราะ)

Q: แล้วเรียนแอคติ้งเป็นไงบ้าง

A: ก็ดีนะ เหมือนเราได้ปลดปล่อย (หัวเราะ)

Frung: a TEDx speaker

Q: เห็นว่าฟรังร่วมพูดในงาน TEDxChulalongkorn ด้วย อะไรทำให้ฟรังตัดสินใจมาร่วมพูด

A: เริ่มจากพี่ที่ TEDxChulalongkorn โทรมาถามว่า น้องฟรังรู้จัก TED มั้ย ตอนแรกก็ไม่รู้จักเลย แบบ TED นี่คือตุ๊กตาหมีรึเปล่าคะ (ยิ้ม) พี่เค้าก็บอกไม่ใช่ แล้วอธิบายให้ฟัง เราก็กลับมาคิด มาลองหาดูแล้วก็รู้สึกมันน่าสนใจ แล้วพี่เขาก็เกลี้ยกล่อม มีพูดชื่อ Speaker คนอื่นด้วย ซึ่งมีแต่คนเก่งๆ เต็มไปหมดเลย ทำให้เรารู้สึกว่าถ้าเราได้ไปรู้จักเขาก็น่าจะดี เพราะเราเป็นแค่เด็กมหาลัยคนหนึ่ง ในขณะที่คนอื่นเป็นคนที่ประสบความสำเร็จกันแล้ว ก็เลยอยากรู้แนวคิดเขา อยากมีสังคมกับเขา เลยตัดสินใจลองดู แต่ก็แอบกลัวเหมือนกันเพราะเป็นเวทีใหญ่ คนก็ค่อนข้างคาดหวังจากเรา แล้วเราก็ไม่รู้จะพูดรู้เรื่องรึเปล่าด้วย

เราเป็นแค่เด็กมหาลัยคนหนึ่ง ในขณะที่คนอื่นเป็นคนที่ประสบความสำเร็จกันแล้ว ก็เลยอยากรู้แนวคิดเขา

Q: ฟรังว่าทำไมต้องจัด TEDx ของจุฬาฯ โดยเฉพาะ?

A: เราว่าจุฬาฯ มัน ใหญ่ คนที่มาพูดแต่ละคนก็เก่ง ถ้าได้ฟังก็น่าจะได้ไอเดียกลับมาใช้ได้ วันก่อนเขามีให้ไปทานข้าวร่วมกับ Speaker ท่านอื่นๆ ขนาดแค่ไปนั่งกินข้าวนะ เขาก็พูดเล่นๆ เรื่อยเปื่อย เล่าชีวิต แต่ก็ทำให้เราได้มุมมองใหม่ๆ ทำให้คิดว่าถ้าได้ฟังเขาพูด ก็น่าจะได้อะไรดีๆ ยิ่งเป็นคนไทยด้วยก็ยิ่งทำให้คิดว่าคนไทยก็มีดี ไม่จำเป็นต้องเป็นต่างชาติอย่างเดียว

Q: งั้นพอเล่าให้ฟังคร่าวๆ เป็นน้ำจิ้มได้มั้ยว่าฟรังจะพูดอะไรในงานบ้าง

A: ไม่ได้ เขาไม่ให้บอก (ยิ้ม)

Frung: behind the scenes

Q: ฟรังเป็นอะไรตั้งหลายอย่าง ทั้งนักแสดง แพทย์ก็เรียน งานก็ทำ แล้วรู้สึกชอบทำอะไรมากที่สุด

A: จริงๆ เราชอบสังคมการเรียน ไม่ว่าจะเป็นที่เตรียมฯ หรือจุฬาฯ เพราะเราได้เจอเพื่อนวัยเดียวกัน ผ่านช่วงที่เอนท์มาด้วยกัน แล้วใช้เวลาด้วยกันมากสุด หรืออย่างเวลาเราไปทำงาน ก็จะมีเพื่อนที่โรงเรียนคอยตามงานให้ เลยทำให้เรารู้สึกผูกพันกับเพื่อนที่เรียนมากกว่าเพื่อนที่ทำงานหรือทำกิจกรรม

แล้วเวลาทำงานหรือทำกิจกรรม เราต้องทำหน้าที่ของเรา ทำให้ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเต็มที่ แต่ถ้าตอนเราอยู่ที่โรงเรียน เราก็เป็นเด็กคนหนึ่งทั่วไป ทำอะไรก็ได้ ก็เลยรู้สึกเป็นตัวเองได้มากกว่า

เราชอบสังคมการเรียน ไม่ว่าจะเป็นที่เตรียมฯ หรือจุฬาฯ เพราะเราได้เจอเพื่อนวัยเดียวกัน ผ่านช่วงที่เอนท์มาด้วยกัน

Q: เหนื่อยมั้ย ที่ทำอะไรหลายอย่างมากเลย

A: มีบ้าง บางทีก็คิดว่าทำไมต้องทำอะไรหลายอย่างขนาดนี้ แต่ก็ได้แค่คิด เพราะถ้าเราตัดสินใจรับงานไปแล้ว เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด

Q: แล้วมีอะไรที่อยากทำนอกเหนือจากที่พูดมามั้ย

A: อยากเที่ยวรอบโลก จริงๆ คือเราชอบเที่ยวมากเลย บางทีก็อยากลองไปเที่ยวคนเดียว เคยขอแล้วแต่พ่อยังไม่ให้ พ่อบอก รอโตกว่านี้ก่อน แต่ก็อยากมีสักทริปที่ได้ไปเที่ยวคนเดียว เพราะเที่ยวคนเดียวทำให้ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง แล้วก็น่าจะได้เจออะไรแปลกใหม่เยอะ น่าสนใจดี

Q: คิดรึยังว่าอยากไปเที่ยวที่ไหน

A: ยังไม่ได้คิดเลย แต่ถ้าไปก็อยากไปที่ที่ไม่เคยไปนะ ก็คงดูก่อนว่าจากวันนี้ไปถึงวันนั้นเคยไปไหนมาบ้าง

Q: แล้วระหว่างช่วงอยู่จุฬาฯ ฟรังมีเป้าหมายอะไรเป็นพิเศษมั้ย

A: อยากเน้นเรื่องเรียน อยากทำกิจกรรมด้วย ทำงานบ้างถ้าไหว นอกนั้นก็อยากลองเปิดธุรกิจกับเพื่อน เพราะมีรุ่นพี่บอกว่า ช่วงที่เป็นนิสิตเป็นช่วงที่เราได้สิทธิพิเศษเยอะมาก อย่างเวลาไปขอสัมภาษณ์ใคร ก็บอกว่าเป็นตัวแทนของนิสิตได้ แต่ถ้าเราจบไป เราก็จะเป็นคนทั่วไปที่ไม่ได้รับความเห็นใจเท่าตอนเราเป็นนิสิต เราเลยรู้สึกว่าตอนเป็นนิสิตเราน่าจะมีโอกาสในการทำอะไรมากกว่า แล้วยิ่งเริ่มเร็วก็ยิ่งดีด้วย

14087718_10208980507303251_761783929_o

Q: จะใช้ชีวิตปี 1 ยังไงให้คุ้มกับคำว่า ‘เฟรชชี่มีแค่ครั้งเดียวในชีวิต’

A: จริง มีแค่ครั้งเดียวเนาะ เราก็คงมาเดินเล่นคณะอื่นบ้าง เพราะปีต่อๆ ไปของหมอก็ค่อนข้างเรียนหนัก แล้วคณะแยกออกไปอยู่ไกลเลย

Q: ถ้าอย่างนั้นแล้ว ได้ลองกินโรงอาหารทุกโรงรึยัง

A: ยังเลย กินแต่ของหมอ แต่เคยกินโรงอักษรฯ ตอนอยู่เตรียมฯ แต่วันก่อนเดินมาวิศวะฯ จะกินพาราโบลา แต่แถวยาว เลยกินไผ่ทองแทน (ยิ้ม)

ใครอยากรู้จักฟรังมากขึ้น ก็รอฟังฟรังพูดกันได้ที่ TEDxChulalongkorn วันที่ 4 กันยายน 2559 ถึงใน Hall จะปิดรับสมัครไปแล้ว แต่ก็มี live ให้ดู หรือใครไม่ว่างวันนั้นก็รอดูย้อนหลังบน youtube เลยจ้า

 

ถ่ายภาพโดย ณิชาภัทร คลอวุฒินันท์ (นิเทศศาสตร์)

เขียนเมื่อ โดย...

More to Read...

ชวนย้อนอดีต: เดินทางข้ามเวลากับพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพฯ เสวนาวิชาการ: วิชาการเดย์ วิชาการกันแค่กันยาฯ Re-Entrance: ก้าวหน้า หรือ ถอยหลัง? มองความเชื่อในรั้วสีชมพูผ่านเลนส์ พลิกความเชื่อ “ใครว่ารักแท้ผ่านแอพพลิเคชั่นไม่มีอยู่จริง”

Comments

ปิดโหมดสีเทา