Interview

จะรวยไปไหน: ซอกแซกภายในสนง.ทรัพย์สินแห่งจุฬาฯ


โดย เมื่อ

“จุฬาฯ รวยจะตาย?”

แน่นอนว่ากว่า 80% ของนิสิตจุฬาฯ ล้วนแล้วแต่เคยได้ยินคำพูดดังกล่าวจากเหล่าบรรดาคนรอบตัว หรือแม้กระทั่งตามเว็บบอร์ดสาธารณะว่า ไม่ใช่จุฬาฯ หรอกหรือที่เป็นเจ้าของที่ดินที่ราคาแพงแสนแพง ที่สุดในประเทศไทย?

14274470_1086010391447372_1397893084_o

จุฬาฯ อาจมีภาพพจน์ของเจ้าของที่ดินมูลค่านับพันล้านติดอยู่ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า แท้จริงแล้ว เบื้องลึกเบื้องหลังของภาพความรวยที่ใครต่อใครต่างมองเห็น ยังมีหน่วยงานที่เรียกว่า “สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เป็นผู้ดูแลและบริหารจัดการทรัพย์สิน รวมถึงการหารายได้ให้กับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งสุดท้ายแล้วปลายทางของกิจกรรมเหล่านี้จะไปอยู่ที่ใด ก็ยังเป็นประเด็นที่ทุกคนสนใจ ครั้งนี้ Chu! จึขอะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ “สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ผ่านคุณบุญส่ง ศรีสว่างเนตร ผู้อำนวยการคนปัจจุบัน ที่พร้อมเปิดประตูอาคารสำนักงาน ข้างอาคารจามจุรี 5 เพื่อต้อนรับทุกคนที่มีข้อสงสัยใคร่อยากถาม

ที่มาของ“สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”

“สวัสดีครับ ผมบุญส่ง ศรีสว่างเนตรนะครับ เป็นผู้อำนวยการสำนักทรัพย์สินจุฬาฯ” ผอ. กล่าวแนะนำตัวกับพวกเราอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะเริ่มอธิบายถึงความเป็นมาของสำนักงาน

“จริงๆ สำนักทรัพย์สินจุฬาฯ นี่ก็เกิดมาพร้อมๆ กับ จุฬาฯ ตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเลย ตั้งแต่ตอนที่รัชกาลที่หกท่านพระราชทานที่ดินที่ให้เราสร้างมหาวิทยาลัย พระองค์เองก็ตั้งใจให้เอาที่ดินส่วนหนึ่งให้เราเพื่อเก็บค่าเช่าตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ตอนนั้นมีผู้เช่าอยู่ 3-4 ราย ที่เป็นหลักๆ นี่ก็ตรงสนามศุภชลาศัย ค่าเช่าอยู่ที่ประมาณหมื่นกว่าบาทต่อปี แต่ราคานี้ร้อยปีก่อนนี่มันเยอะมากนะ ส่วนที่เหลือที่เรานั่งอยู่แถวนี้ตอนนี้ เมื่อก่อนเป็นที่ปลูกผักทำสวน ทำไร่ ทำนา ก็เก็บค่าเช่ามาเรื่อยๆ เพราะอย่างนั้นจริงๆ ต้องบอกว่าสำนักทรัพย์สิน สานต่อภารกิจของการที่หาผลประโยชน์ตรงนี้ ซึ่งพระองค์ (รัชกาลที่หก) ได้วางนโยบายให้เราตั้งแต่ต้นเลย อาจจะเรียกได้ว่าเราเกิดมาพร้อมกัน แต่ว่าความสำคัญหรือบทบาทของสำนักงานก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบทบาทขององค์กร ก็คือเมื่อจุฬาฯ ออกนอกระบบ การสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐก็ลดน้อยลง “ทางรัฐบาลก็มองว่าจุฬาฯ ออกนอกระบบแล้ว มีทรัพย์สินของตัวเอง ก็ไม่ควรพึ่งพางบประมาณแผ่นดินอย่างเดียว แต่ในชีวิตจริง พอจุฬาฯ ออกมาหาเงินก็จะถูกคนหาว่า ทำไมจุฬาฯ หน้าเลือด (หัวเราะ) คือตอนนี้เราอยู่ในสภาพจากที่รายได้ของเราเทียบกับรายจ่าย คือรัฐบาลให้เงินเรามาแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งจุฬาฯ ก็ต้องหาด้วยตัวเอง ปัจจุบันสำนักทรัพย์สินจุฬาฯ ก็เข้ามารับผิดชอบในส่วนที่ขาดไปทั้งหมด ดังนั้นภารกิจของสำนักทรัพย์สินในปัจจุบัน คือเราต้องช่วยหารายได้เพิ่มเติมเพื่อมาสนับสนุนกิจการของจุฬาฯ นั่นเอง”

ปัจจุบันที่ดินที่จุฬาฯ ดูแล คือพื้นที่บริเวณถนนพระรามหนึ่ง ถนนพระรามสี่ สยามสแควร์ ถนนบรรทัดทอง และถนนอังรีดูนังต์ เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส รวมเป็นพื้นที่ประมาณ 1200 ไร่ ซึ่งกว่า 70% ใช้เพื่อการศึกษา นอกจากส่วนที่เป็นมหาวิทยาลัยแล้ว 10% ของพื้นที่ก็เปิดให้บริการสาธารณะประโยชน์ เช่น สนามกีฬาแห่งชาติ สน. เขตปทุมวัน และโรงเรียนต่างๆ โดยในบริเวณเหล่านี้จะมีการเก็บค่าเช่าในราคาที่ถูกมากๆ ซึ่งหากปล่อยบริเวณนี้ให้เอกชนเช่า ทางจุฬาฯ จะได้รายได้กว่าพันล้านบาท ในขณะที่ปัจจุบันซึ่งอุทิศให้กับสาธารณประโยชน์ ได้ค่าเช่าปีหนึ่งไม่ถึงหนึ่งร้อยล้านบาท โดยในส่วนที่นำมาสร้างผลประโยชน์จริงๆ มี เพียง 20% ของที่ดินจุฬาทั้งหมด  คือ บริเวณสยามสแควร์, ห้างมาบุญครอง, จัตุรัสจามจุรี และบริเวณด้านหลังสนามจุ๊บทั้งหมด ติดถนนบรรทัดทอง

แล้วรายได้ที่ได้จากการเก็บค่าเช่าที่มีมูลค่ามหาศาลนี้ ทางสำนักทรัพย์สินเป็นผู้จัดแจงให้กับแต่ละคณะหรือไม่? “ไม่ครับ ก็คือส่งให้ทางมหาวิทยาลัยเป็นคนจัดการ  ระบบบริหารงบประมาณของจุฬาฯ คือเหมือนคณะอื่นๆ ที่ทุกคนต้องทำเรื่องของบประมาณไปที่ส่วนกลาง คือในจุฬาฯ ก็จะมีที่เรียกว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน ที่เป็นคนจัดสรรงบประมาณให้แต่ละคณะ แต่ละหน่วยงาน เพราะฉะนั้นสำนักทรัพย์สินจุฬาฯ ก็เป็นหน่วยงานหนึ่ง ก็ต้องไปของบเหมือนกัน ไม่ใช่ว่ามีเงินปุ๊บ เราก็เอามาใช้ได้ปั๊บ คือรายได้เอาไปก่อน รายจ่ายก็ต้องมาชี้แจง”

14339817_1086010384780706_951766898_o

โครงการในอนาคต…

ส่วนเรื่องโครงการในอนาคตนั้น คุณบุญส่งก็ได้เล่าไว้ว่า “ตอนนี้ที่แน่ๆ คือหลังศูนย์กีฬาในร่ม ข้างๆ ศูนย์การค้าแอมพาร์ค สำนักทรัพย์สินกำลังจะสร้างอุทยานจุฬาฯ 100 ปี คือเราเอาพื้นที่ที่เดิมเป็นเซียงกงเก่า มาสร้างเป็นพื้นที่สีเขียวใหม่ของกรุงเทพ ซึ่งทางจุฬาฯ ตั้งใจว่าจะอุทิศที่ดินตรงนี้ ให้เป็นเหมือนสวนสาธารณะของคนกรุงเทพฯ ทุกคน โดยเราจะรับหน้าที่เป็นผู้ที่มาบริหารโครงการ รวมถึงเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบต่อไปในอนาคต ส่วนที่สองก็คือตรงข้ามจัตุรัสจามจุรี ที่เป็นที่โล่งๆ ตรงข้างคณะนิติศาสตร์ตรงนี้เราจะพัฒนาเป็นอาคาร mix use มีศูนย์การค้า โรงแรม สถานที่จัดแสดงผลงาน และออฟฟิศ…

“ส่วนในเขตการศึกษาจุฬาฯ นี้ ทางสำนักงานกายภาพและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดูแลโดยตรง ส่วนที่ทางสำนักทรัพย์สินดูแล คือเขตพาณิชย์ สิ่งที่เราพยายามจะสร้างให้มันเกิดก็คือ ชุมชนที่ดี ทุกๆ ธุรกิจที่เกิดขึ้นในเขตพาณิชย์จะเป็นธุรกิจที่เป็นมิตรกับคน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่นธุรกิจที่เป็นอบายมุขเราจะไม่อนุญาตให้อยู่ แล้วธุรกิจที่อยู่ที่นี่ต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม อย่างอากาศ น้ำ กลิ่น คือมาอยู่แล้วต้องทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ส่วนหนึ่งก็ต้องมาสนับสนุนจุฬาฯ ด้วย”

ทั้งนี้ ทางสำนักทรัพย์สินจุฬาฯ ได้ฝากข้อความทิ้งท้ายให้กับผู้อ่าน โดยเฉพาะนิสิตจุฬาทุกคน พร้อมทั้งย้ำว่าอยากจะมีส่วนร่วมกับทุกคณะ

“หากมีอะไรสามารถคุยกับทางทรัพย์สินจุฬาฯ ได้เต็มที่ ผมพร้อมสนับสนุน”

ภารกิจทางอ้อม…

“จริงๆ แล้ว เรายังมีภารกิจทางอ้อม คืออยากจะเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ช่วยเชื่อมโยงระหว่างเด็กจุฬาฯ กับโลกภายนอก ถ้านิสิตจุฬาฯ คิดว่าอยากจะมีอะไรที่จะใช้ประโยชน์ เรายินดีสนับสนุน อย่างที่ผ่านมา ที่สยามสแควร์ ผมก็มีจัดกิจกรรม Dare U to Share ผมก็จะจัดพื้นที่ฟรีให้เด็กจุฬาฯ ลองไปออกร้านขายของดู นิสิตจะได้ลองดูว่าการทำธุรกิจจริงๆ เป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังมีโรงละครอยู่ที่สยามสแควร์วันอีกด้วย

“เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วสำนักทรัพย์สินจุฬาฯ เราอยากจะมีส่วนร่วมกับทุกคณะ ถ้ามีไอเดียอะไรที่อยากจะทำ เพื่อทำประโยชน์แก่มหาวิทยาลัยและนิสิตโดยรวม ผมก็อยากเชิญชวนให้เด็กจุฬาฯ มาคุยกับเราได้เต็มที่ เราสนับสนุนและอยากจะให้นิสิตจุฬาฯ มาใช้พื้นที่ของสำนักทรัพย์สินเพื่อเป็นประสบการณ์ให้ได้เรียนรู้และไปทดลองทำจริง หรือถ้านิสิตจุฬาฯ อยากจะมาใช้ เพื่อไอเดียอะไร ผมคิดว่าเราอยากจะช่วย เป็นภารกิจทางอ้อมที่เรามาพบกันได้เพื่อสนับสนุนนิสิตจริงๆ

“ที่ผ่านมาเราอาจจะห่างกันไปนิด นิสิตอาจจะไม่รู้ว่าเรายินดีสนับสนุนเต็มที่ อย่างเช่นจัตุรัสจามจุรีเด็กคณะไหนอยากจะไปออกบูธ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลงานวิชาการ กิจกรรมหารายได้ หรือกิจกรรมเพื่อแสดงออกความสามารถ ในทุกๆ พื้นที่ของสำนักทรัพย์สิน เราอยากจะสนับสนุนเต็มที่ ขอเพียงแค่ให้มาบอก มาพูดคุยกัน”

เห็นอย่างนี้แล้ว คงจะถึงเวลาที่นิสิตจุฬาฯ หลายคนจะเข้าใจ เลิกกลัว ลบอคติเดิมๆ ทิ้ง และกล้าเข้าไปพูดคุยกับองค์กรภายในรั้วมหาวิทยาลัย ที่พร้อมจะเปิดประตูต้อนรับนิสิตให้ได้พูดคุยและสนับสนุนทุกกิจกรรม ดังเช่น “สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”

โดย ฐาปนี ทรัพยสาร (นิเทศศาสตร์) 

ถ่ายภาพโดย วัชราวลี หุตะวัฒนะ (นิติศาสตร์)

 

 

chu3

เผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร CHU! Magazine
ฉบับที่ 3 ประจำเดือนพฤษภาคม 2559

เขียนเมื่อ โดย...

More to Read...

รัตนโกสินทร์สากลวิทยาลัย: ชื่อที่เราเกือบได้เรียกกันแทน ‘จุฬาฯ’ REG WAR: บทสัมภาษณ์สุด exclusive ของ “สำนักงานการทะเบียน” [TEDxChula] ธีร์ เชาว์ปรีชา : เพราะภาพถ่ายไม่ได้แค่บันทึกเหตุการณ์ กอล์ฟมาเยือน: สู่โลกของช่างภาพมืออาชีพ จะรวยไปไหน: ซอกแซกภายในสนง.ทรัพย์สินแห่งจุฬาฯ

Comments

ปิดโหมดสีเทา