Chula Life

เกร็ดจุฬาฯ: พิพิธภัณฑ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


โดย เมื่อ

เกร็ดจุฬาฯ: พิพิธภัณฑ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

          หลังจากที่เปิดเรียนมาแล้วหลายสัปดาห์ เพื่อนๆ อาจจะเหนื่อยกับการเรียนและกิจกรรม และกำลังมองหาสถานที่เติมอาหารสมองและอาหารทางจิตใจให้กับตัวเองสักหน่อย เพียงแค่เดินผ่านหน้าคณะศิลปกรรมศาสตร์มาเพียงเล็กน้อย ก็จะพบกับอาคาร “พิพิธภัณฑ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” สถานที่ที่ CHU! จะมานำเสนอในวันนี้ ด้านในพิพิธภัณฑ์จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ไปชมกันเลย!

IMG_3819

พิพิธภัณฑ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในวาระ 100 ปี แห่งการสถาปนา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 26 มีนาคม 2557 โดยสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดา เสด็จฯ มาเป็นประธานในพิธีเปิด เนื่องในวาระครบรอบ 97 ปี แห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ตั้งอยู่ระหว่างคณะศิลปกรรมศาสตร์และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ใกล้กับอาคารศิลปวัฒนธรรม และลานศิลปวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่รวบรวมข้อมูล และจัดแสดงสิ่งของต่างๆ ที่แสดงถึงความเป็น “เสาหลัก แห่งแผ่นดิน” ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้ผู้ชมรับรู้ เข้าใจ และมีความภาคภูมิใจในความเป็น “จุฬา ฯ” ผ่านการนำเสนอแบบ Modern and Narrative Museum ด้วยสื่อมัลติมีเดียที่ทันสมัย แสดงถึงความเป็น สถานศึกษาชั้นนำระดับโลก

 

พิพิธภัณฑ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมี 4 ชั้น แบ่งได้ดังนี้

ชั้นที่ 1: จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน จัดกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม และจัดแสดงผลงานทางศิลปะของนิสิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัย

โดยในวันที่เราได้เข้าไปชมนั้น มีการจัดนิทรรศการภาพถ่าย “ขยายกฐินทาน : สกลทวาปี” ที่นำเสนอรูปถ่ายในหนังสือ “กฐินทาน : สกลทวาปี” ซึ่งเป็นหนังสือที่ระลึกงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายที่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร จังหวัด สกลนคร โดยคำว่า “ขยาย” ในที่นี้หมายถึงการนำรูปภาพที่ไม่ได้ตีพิมพ์ในหนังสือมาแสดงในนิทรรศการ และ ยังหมายรวมถึงการขยายรูปภาพให้ใหญ่เพื่อการจัดแสดงอีกด้วย

ชั้นที่ 2: ศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย

ด้านหน้ามีการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับความโดดเด่นในเชิงศาสตร์และองค์ความรู้ต่างๆ ในมหาวิทยาลัยอย่างรอบด้าน และสามารถเชื่อมโยงความสนใจให้ผู้เข้าเยี่ยมชมไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่สถาบันเจ้าของศาสตร์นั้นๆ โดยตรงต่อไป รูปแบบการจัดแสดงในส่วนนี้เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เข้าชม (Interactive Exhibition) มีแนวคิดในการนำเสนอโดยใช้แก่นเรื่องราว ผสมผสานกับวัตถุสิ่งของจัดแสดง เน้นการสื่อความหมาย และเนื้อหาที่จัดแสดงผ่านสื่อประสมที่หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น “นวัตกรรมระบบคุณภาพฮาลาลสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม” “โปรแกรมถอดอักษรไทยให้เป็นอักษรโรมัน” “โปรแกรมสังเคราะห์เสียงเพื่อผู้พิการทางสายตา” หรืออาจจะเป็นคำพูดง่ายๆ ที่พูดกันทุกวัน คือ คำว่า “สวัสดี” ก็ถือกำเนิดขึ้นที่คณะอักษรศาสตร์ของเรานี่เอง โดยมีพระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนชีวะ) เป็นผู้คิดค้นขึ้นมา และยังมีสิ่งอื่นๆ อีกมากที่จัดแสดงอยู่ภายในชั้นนี้ นอกจากนี้ทางด้านหน้าของห้องนิทรรศการ ยังมีประวัติของจุฬาฯ ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบันอย่างละเอียด โดยนำเสนอในรูปแบบที่แปลกตาและน่าสนใจอย่างมาก ซึ่งดูแล้วช่างคล้ายกับ Timeline บนเฟซบุ๊คเสียเหลือเกิน

ชั้น 3: อุทยานจามจุรี นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพัฒนาการทางด้านกายภาพ (อาคาร และสถานที่ต่างๆ) ในจุฬาฯ ในช่วง 9 ทศวรรษที่ผ่านมา

มีการนำเสนอผ่านทั้งนิทรรศการแบบจำลองอาคารในจุฬาฯ และยังมีวีดิทัศน์สารคดีอีกด้วย  ตัวอย่างที่น่าสนใจ เช่น ในวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จมาทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล และในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2505 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จฯ มาทรงปลูกต้นจามจุรีที่ด้านหน้าของหอประชุมจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย อันนำมาซึ่ง “ลานจามจุรีห้าต้น” ที่ทุกคนรู้จักกันในปัจจุบัน โดยพระองค์ได้มีพระราชดำรัสไว้ ดังนี้ “ฝากต้นไม้ไว้ห้าต้น ให้เป็นเครื่องเตือนใจตลอดกาล”

ชั้น 4: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับสังคม นำเสนอเรื่องราวพร้อมภาพประกอบให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างพัฒนาการของมหาวิทยาลัยกับพัฒนาการของสังคมไทย

แบ่งออกเป็น 2 แง่มุมหลัก คือ ด้านการเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของไทย บ่มเพาะและถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อ ตอบสนองความต้องการของสังคม และในด้านที่จุฬาฯ เป็นผู้สร้างคุณประโยชน์และนำสังคมไทยสู่ความเป็นสากล ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดไว้ให้เป็น “เรื่อง” รวม 100 เรื่องด้วยกัน โดยมีการนำเสนอผ่านการจัดนิทรรศการ สื่อประสม และยังมีวีดิทัศน์ให้รับชมอีกมากมาย โดยเฉพาะในตอนท้ายของนิทรรศการในชั้นนี้ยังมีการนำของใช้ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มาจัดแสดงอีกด้วย อันได้แก่ บัตรประจำตัวนิสิต กล่องดินสอ ไม้บรรทัด นับได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของทางจุฬาฯ ก็ว่าได้

สำหรับใครที่อ่านคอลัมน์นี้แล้ว อยากจะมาสัมผัสบรรยากาศจริงๆ ก็สามารถมาได้ที่ พิพิธภัณฑ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09:00 – 16:30 น. และสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.chulamuseum.blogspot.com หรือจะค้นหาในเฟซบุ๊คด้วยคำว่า Chula museum ก็ได้เช่นกันนะ

CHU! หวังว่าเพื่อนๆ ทุกคนจะได้ลองไปเติมอาหารให้ทั้งสมองและใจให้อิ่มหมีพีมัน เพราะว่าความรู้เพียงในห้องเรียนอาจจะไม่เพียงพอ ยังมีประสบการณ์นอกห้องเรียนอีกมากมาย รอให้เราไปค้นหา อยู่ใกล้ตัวแค่นี้ ห้ามพลาดเชียวนะ!

 

ภาพโดย ณิชาภัทร คลอวุฒินันท์

 

cutoday6-2

เผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร CU TODAY
ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนตุลาคม 2557

 

เขียนเมื่อ โดย...

More to Read...

เพื่อชีวิตที่ดีกว่า: โครงการ ‘สร้างนิสัยใหม่ใน 7 วัน’ ฟรีแลนซ์: จำเป็นอะไรต้องทำงานหนักขนาดนี้? กอล์ฟมาเยือน: สู่โลกของช่างภาพมืออาชีพ Eat With CHU!: เจ๊โอว…รอบดึกในตำนาน เกร็ดจุฬาฯ: พิพิธภัณฑ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Comments

ปิดโหมดสีเทา