Interview

REG WAR: บทสัมภาษณ์สุด exclusive ของ “สำนักงานการทะเบียน”


โดย เมื่อ

“เข้าจุฬาฯ ว่ายากแล้ว ลงทะเบียนเรียนยากกว่า”

ถึงแม้ช่วงเวลาของการเปิดเทอมจะล่วงเลยมาหลายสัปดาห์แล้ว แต่เราเชื่อว่ามีหลายคนยังคงเจ็บปวดรวดร้าวกับสงครามที่เพิ่งผ่านพ้นไป สงครามนี้มีชื่อว่า “Reg War”

“Reg War” คือช่วงเวลาการเพิ่ม-ลดรายวิชาบนเว็บไซต์ www.reg.chula.ac.th ในเวลาแปดโมงเช้าวันเปิดเทอม นิสิตจุฬาฯ แทบทุกคนจะต้องรู้จักและคุ้นเคยกันดี ในสงครามนี้มีทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ เรามักจะได้ยินคำบ่นต่างๆ นานาที่เกี่ยวกับการลงทะเบียนเรียนกันอยู่เสมอ เช่น

“สงครามยังไม่ทันเริ่ม เว็บก็ล่มก่อนเลย”
“เข้าจุฬาฯ ว่ายากแล้ว ลงทะเบียนเรียนยากกว่า”
ถ้าจะล่มขนาดนี้เอาตัวไปบังฝนเถอะ”

และยังตามมาด้วยคำถามอีกมากมาย ไม่ต้องเก็บความสงสัยไปถามใคร เพราะในคอลัมน์นี้เราจะถามในเรื่องที่ผู้อ่านอยากรู้ และตอบโดยผู้ดูแลระบบลงทะเบียนเรียนของจุฬาฯ จริงๆ นั่นก็คือ “สำนักงานการทะเบียน”

Screenshot (765)

สงครามนี้ ตั้งแต่ปี 18

ก่อนหน้าที่จะถามว่าทำไมระบบการลงทะเบียนเรียนถึงไม่เสถียร การรู้ที่มาที่ไปก็เป็นเรื่องสำคัญที่ควรทราบ รองศาสตราจารย์วัลภา ประกอบผล ผู้อำนวยการสำนักงานการทะเบียน และคณะทำงาน เล่าให้เราฟังว่า ระบบการลงทะเบียนเรียนบนคอมพิวเตอร์เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยปี 2518 แต่ขณะนั้นยังไม่ได้มีเว็บไซต์เหมือนในปัจจุบัน สมัยนั้นจุฬาฯ มีสถาบันบริการคอมพิวเตอร์ ที่จะมีเมนเฟรมหรือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ช่วยในการประมวลผลข้อมูล โดยใช้บัตรเจาะรูเป็นสื่อในการบันทึกข้อมูลเข้าระบบ แต่ในขั้นตอนการลงทะเบียนเรียนของนิสิตก็ยังคงเป็นระบบ Manual อยู่

ต่อมาในปี 2528 ได้มีการพัฒนาปรับปรุงการลงทะเบียนเรียนโดยให้นิสิตฝนเลือกวิชาเรียนลงใน จท11 (ใบแสดงความจำนงขอลงทะเบียนเรียน) แล้วนำไปอ่านด้วยเครื่อง OMR (Optical Mark Reader) หรือเครื่องอ่านด้วยแสง ทำการอ่านผลการลงทะเบียนเรียน  “ตอนเปิดเทอมก็จะเกิดการเข้าคิวยาวช่วงการลงทะเบียนเรียนเพิ่มลด ก็คือมาก่อนได้ก่อนเหมือนปัจจุบัน  แต่ตอนนั้นเป็นคิว ไม่ใช่บนออนไลน์”

ในปี 2542 ได้มีการนำระบบ Intranet มาใช้ในการลงทะเบียนเรียนสาย เพิ่ม-ลดรายวิชา ซึ่งจะลงทะเบียนผ่าน Application ที่ใช้ได้เฉพาะในคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย และให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ลงทะเบียนให้เท่านั้น

หลังจากนั้นในปี 2547 จนถึงปัจจุบัน มีการนำระบบ Internet เข้ามาใช้ นิสิตสามารถลงทะเบียนเรียนโดยใช้คอมพิวเตอร์จากที่ใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาเฉพาะที่มหาวิทยาลัยอีกต่อไป และระบบการลงทะเบียนเรียนผ่านเว็บไซต์ก็ค่อยๆ ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงหลังจากนั้นเป็นต้นมา

สงครามใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

ระบบลงทะเบียนเรียนผ่านคอมพิวเตอร์ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าในช่วงเทอมที่สองของปีการศึกษา 2557 ได้มีการเปลี่ยนเว็บไซต์ที่ใช้ลงทะเบียนเรียน จากเว็บไซต์ www.reg.chula.ac.th ไปเป็น  www2.reg.chula.ac.th หรือที่เรียกกันว่าระบบ CU-SAA ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงระบบการลงทะเบียนเรียนที่เรียกได้ว่าเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งหมด แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีเพียงหน้าตาของเว็บไซต์เท่านั้นที่เปลี่ยนไป เพราะปัญหาเดิมๆ ก็ยังคงอยู่ จนทำให้เกิดคำถามรวมถึงเสียงบ่นตามมามากมายว่า แล้วจะเปลี่ยนระบบไปทำไม?

“เราเริ่มพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมาก่อนหน้านี้สัก 3-4 ปี เรามองว่าถ้าเอาเข้ามา ระบบจะครอบคลุมมากขึ้น เป็นระบบใหญ่ที่จะใช้ในการลงทะเบียนเรียนทั้งหมด”

สำนักงานการทะเบียนอธิบายว่า ในสมัยก่อน เว็บไซต์เร็กจุฬาเก่ามีการรองรับงานบริการ 5 ระบบ ได้แก่ ระบบตารางสอน ระบบรับเข้า ระบบลงทะเบียน ระบบการเงิน และระบบทะเบียนรายวิชา ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของการลงทะเบียนเรียนเพียงอย่างเดียว ในเร็กจุฬาระบบใหม่จึงมีการขยายการรองรับงานบริการออกไปให้ครอบคลุมและสมบูรณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คณะและตัวนิสิตมากยิ่งขึ้น เช่น นิสิตจะสามารถวางแผนการเรียนของตัวเองได้ว่าปีการศึกษาไหนจะลงเรียนวิชาอะไร และจะสามารถเก็บวิชาต่างๆได้ทันภายในระยะสี่ปีการศึกษาหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีระบบคำร้อง ซึ่งนิสิตสามารถตรวจข้อมูลคำร้องผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที โดยจะสามารถรู้ได้ว่าคำร้องของตนนั้นอยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการอำนวยความสะดวกสบายให้แก่นิสิตได้มากขึ้น

เร็กลั่น ฉันไม่เคยล่ม!

ถึงแม้สำนักงานการทะเบียนจะยืนยันว่าได้ทำการพัฒนาระบบลงทะเบียนเรียนมาตลอด แต่ปัญหาเรื่องระบบการลงทะเบียน “ล่ม” ก็ยังคงอยู่ ซึ่งในกรณีนี้สำนักงานการทะเบียนได้ชี้แจงไว้ว่า

“ที่เรียกระบบล่ม จริงๆ ระบบไม่ได้ล่ม แต่เรากั้นให้เข้าได้แค่ 3,000 คน ฉะนั้นถ้าเข้ามาทีหลังก็ต้องรอ คือเรากั้นให้แค่สามพันคนเพราะถ้ามากกว่านั้นความเร็วของเครื่องเราจะรองรับไม่ได้ ถ้าเราเปิดโดยไม่กั้นก็อาจจะมีปัญหาต่อระบบ เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วระบบไม่ได้ล่ม แต่กั้นเอาไว้เท่านั้นเอง”

และยังเสริมว่า การขยายเซิร์ฟเวอร์ให้รองรับได้มากขึ้นจาก 3,000 คนนั้นสามารถทำได้ แต่ช่วงที่มีการใช้งานมากๆ จะมีเพียงช่วงวันเปิดเทอมที่นิสิตจะมาเพิ่ม-ลดรายวิชา ซึ่งไม่ใช่นิสิตทั้งหมดที่จะมาใช้งานในช่วงนี้ แต่เป็นเพียงนิสิตบางส่วนที่ลงทะเบียนเรียนแล้วเด้งเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สำนักงานการทะเบียนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในปีนี้จึงทำการขยายเซิร์ฟเวอร์เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า!

เซิร์ฟเวอร์ที่จะเปิดในเทอมที่ผ่านมา จากการทำ Load test ระบบการลงทะเบียนเรียน เราคาดว่าจะรองรับการเข้าระบบพร้อมๆ กันได้ถึงสามเท่า คือ 9,000 คน ซึ่งเราทดสอบผ่านแล้ว คือจริงๆ จะบอกว่าเราไม่ทำอะไรเลยหรือ ‘เราทำ’

สำนักงานการทะเบียนยังเล่าต่ออีกว่า ปัญหาการล็อกอินเข้ามาในหน้าการลงทะเบียนเรียนไม่ได้นั้น บางครั้งเกิดจากนิสิตที่เข้ามาวนเวียนดูบ่อยๆ ว่าวิชาที่ตนอยากลงมีคนลดและมีที่ว่างให้ตัวเองแล้วหรือยัง ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตเคยมีนิสิตที่เขียนโปรแกรมขึ้นมาเอง โดยใช้ความเร็ว 1,000 ครั้ง/1 วินาที เพื่อเข้ามาลงทะเบียนเรียนในวิชาที่มีที่นั่งว่างทันทีอีกด้วย ซึ่งกรณีนี้ทางสำนักงานการทะเบียนได้แจ้งคณะต้นสังกัดให้ตักเตือนนิสิตแล้ว ทว่าการกระทำเช่นนี้เองก็ได้ทำให้เกิดปัญหาจราจรหนาแน่นขึ้น

ผู้อ่านที่มีเพื่อนอยู่ต่างมหาวิทยาลัยอาจจะพอรู้ว่ามหาวิทยาลัยอื่นมีการรับมือกับปัญหาจราจรหนาแน่นของระบบลงทะเบียนเรียนด้วยการกำหนดเวลาลงทะเบียนเรียนให้แต่ละชั้นปี เช่น ปี 1 ลงทะเบียนแปดโมงถึงสิบโมง ปี 2 ลงสิบโมงถึงเที่ยง เป็นต้น ซึ่งสำนักงานการทะเบียนได้ให้ความเห็นว่าระบบแบบนี้ไม่แฟร์ต่อนิสิต และเป็นการผลักภาระให้แก่คนอื่นอีกด้วย

“จากที่เคยเข้าเมื่อไหร่ก็ได้ จู่ๆ จะมากันเวลา จะเหมาะสมหรือไม่ จะกลายเป็นสิทธิพิเศษสำหรับนิสิตบางชั้นปีหรือเปล่า เดี๋ยวก็เป็นประเด็นอีกว่าทำไมให้นิสิตกลุ่มนี้ก่อน มันไม่แฟร์ แล้วทำไมเราถึงแก้ปัญหาด้วยการไปจำกัดสิทธิ์ของนิสิต ทำไมเราไม่แก้ที่ระบบเรา บางวิชายอดฮิตในมหาวิทยาลัยอื่น เขาจะใช้วิธีให้ไปคิวก่อน ไปติดต่อเองมาก่อน แล้วจึงส่งชื่อมา ถึงจะได้สิทธิ์ในการลงทะเบียน ซึ่งนิสิตต้องไปทำหลายขั้นตอน เราก็มองทางเลือกตรงนั้นอยู่ แต่เรามองว่ามันไม่สะดวกต่อผู้ใช้งานระบบ จะให้แก้ปัญหาด้วยการไปผลักภาระให้คนอื่น เราก็ไม่อยากทำ เลยไม่ได้นำมาใช้”

และสำนักงานการทะเบียนยังอธิบายการกลับไปใช้เว็บไซต์เร็กจุฬาเดิม ทั้งที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่ได้เพียงเทอมเดียว โดยให้เหตุผลว่าระบบที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ยังขาดความสมบูรณ์และเสร็จไม่ทันตามเวลาที่กำหนด ทางสำนักงานฯ ไม่ต้องการให้นิสิตต้องเข้าใช้หลายๆ เว็บไซต์ให้เกิดความสับสน จึงได้ยุติการให้บริการไปก่อน

 

นิสิตสงสัย ทำไมลงแล้วเด้ง?

 

นอกเหนือจากปัญหาระบบล่ม (ที่จริงๆไม่ได้ล่ม) แล้ว  เหล่าชาวจุฬาฯ ทั้งหลายยังมีอีกปัญหาที่ขุ่นข้องใจว่าทำไมลงทะเบียนเรียนแล้วไม่สามารถลงได้หรือเด้ง รวมไปถึงการมีวิชาเรียน Gen-ed (การศึกษาทั่วไป) ไม่เพียงพอต่อจำนวนนิสิต ซึ่งทางสำนักงานการทะเบียนก็ได้ชี้แจงให้เราทราบว่า ทุกครั้งของการลงทะเบียนเรียน ในกรณีที่วิชาใดมีนิสิตต้องการลงทะเบียนเรียนมากกว่าโควตาที่รายวิชากำหนดมาให้ ทางสำนักงานฯ ก็จะติดต่อไปที่คณะของวิชาเหล่านั้น เพื่อพิจารณาว่าจะเพิ่มที่นั่งให้นิสิตได้หรือไม่ หากเพิ่มได้ ทางสำนักงานฯ ก็จะเพิ่มจำนวนนิสิตที่รองรับได้ในรายวิชาทันที

 “จริงๆ แล้วคือวิชาเรียนมีพอ แต่นิสิตแย่งกันลงเฉพาะบางวิชาหรือบางตอนเรียน ดังนั้นก็เลยทำให้ดูเหมือนวิชาเรียนไม่เพียงพอ เลยเกิดการเด้งรายวิชา แม้แต่วิชา Gen-ed เองก็ตามก็เพียงพอ อาจเป็นปัญหาของการเลือกรายวิชาและตอนเรียนของนิสิตก็เป็นได้”

สำนักงานการทะเบียนยังเล่าถึงแผนงานที่จะทำในอนาคต ว่าจะมีการพัฒนาระบบให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีและอุปกรณ์แต่ละประเภทในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น โดยมีจุดประสงค์ที่จะพัฒนาให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้แก่นิสิตมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็ต้องมาพร้อมกับความปลอดภัยด้วย

 

ถึงระบบที่ใช้ในปัจจุบันจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ เราก็ต้องอยู่กับมันต่อไป คิดในทางที่ดี เราโชคดีแล้วที่ไม่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่ ออกจากบ้านในช่วงเวลารถติด และมาต่อแถวรอลงทะเบียนเรียน เหมือนที่รุ่นพี่เมื่อ 20 ปีก่อนได้เผชิญมาแล้ว เพราะฉะนั้น ในเมื่อตัวเราเองแก้ไขอะไรไม่ได้ เราก็ควรจะเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน และใช้ประโยชน์จากมันให้ได้มากที่สุดดีกว่า

 

ขอขอบคุณ

รองศาสตราจารย์วัลภา ประกอบผล
ผู้อำนวยการสำนักงานการทะเบียน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อรรถสิทธิ์ สุรฤกษ์
รองผู้อำนวยการสำนักงานการทะเบียน

นางอรนารถ จันทร์ศุภฤกษ์
ผู้อำนวยการฝ่ายทะเบียนการศึกษา

นางสาวนิตยา วงษ์สถิตย์
ผู้อำนวยการฝ่ายทะเบียนนิสิต

นายชูศักดิ์ คงมณี
ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ

นายวัชรกุล จันทราเวช
หัวหน้างานสารนิเทศ

chu1

เผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร CHU! Magazine
ฉบับที่ 1 ประจำเดือนตุลาคม 2558

เขียนเมื่อ โดย...

More to Read...

Sexual Harassment ทำอย่างไรเมื่อภัยทางเพศอยู่รอบจุฬาฯ ใต้ร่มจามจุรี: เรื่องราวของไม้ใหญ่บนถนนสายแรกในจุฬาฯ Re-Entrance: ก้าวหน้า หรือ ถอยหลัง? “เนติวิทย์” นิสิตที่ก้าวเดินด้วยความเชื่อด้านสิทธิมนุษยชน ไพ่ยิปซีในมุมมองของ “กั้ง” นิสิตวิทยาศาสตร์

Comments

ปิดโหมดสีเทา