Update

เพื่อชีวิตที่ดีกว่า: โครงการ ‘สร้างนิสัยใหม่ใน 7 วัน’


โดย เมื่อ

คุณเคยเขียนปณิธานรับวันปีใหม่ (new year resolution) มั้ยครับ? ไม่ว่าจะเรื่องพฤติกรรม เช่น จะคุมเรื่องอาหารการกิน จะเริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจัง จะนอนเร็ว หรือความคิด/ความสามารถ เช่น จะคิดบวกตลอดทั้งปี จะตั้งใจพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ จะเป็นคนดีของสังคม และอีกหลายร้อยหลายพันปณิธานที่จะหลั่งไหลออกมาจากความคิดที่อยากพัฒนาตนเองให้เป็นคนใหม่รับศักราชใหม่ที่จะมาถึง แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าความตั้งใจเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน จากความตั้งใจก็เป็นได้เพียง ‘ความพยายาม’ ของคนที่อยากจะทำเท่านั้น ไม่ได้กลายเป็นนิสัยที่ติดตัวไปในระยะยาว หลายๆ คนคงได้เคยเห็นมาบ้างว่ามีงานวิจัยหลายๆ ชิ้นที่ศึกษาคำถามว่า “ต้องใช้ระยะเวลากี่วัน พฤติกรรมบางอย่างถึงจะกลายเป็น ‘นิสัย’ ที่ถาวร” บ้างก็ว่า 10 วัน บ้างก็ 21 วัน หรือถึงขั้นกินเวลาหลายเดือนก็มี ด้วยความหลากหลายเช่นนี้จึงได้ข้อสรุปว่า ระยะเวลาที่ใช้ไม่สำคัญเท่ากับความต่อเนื่องในการลงมือกระทำสิ่งนั้นๆ แถมยังต้องดูด้วยว่างานนั้นมันมีความยาก-ง่ายเป็นอย่างไร แต่ในวันนี้เราจะมานำเสนอ ‘สร้างนิสัยใหม่ใน 7 วัน’ โครงการดีๆ จากศูนย์สุขภาวะนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Chula Student Wellness ผู้นำกลุ่มก็คือ พี่เอก สมภพ แจ่มจันทร์ จากกลุ่ม Knowing Mind Group นั่นเอง บางคนอาจจะบอกว่า “เอ้า ไหนบอกว่าไม่มีช่วงเวลาตายตัวไงล่ะ?” ผมก็จะบอกว่าโครงการนี้ไม่ได้มุ่งให้ทุกคนสามารถสร้างนิสัยได้ เพราะโครงการนี้เป็นเพียงตัวจุดประกายเล็กๆ ให้เราเห็นว่าเราสร้างนิสัยอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นนิสัยที่ดี ไม่ดี หรือแบบกลางๆ ก็ตามเท่านั้นเอง และคนที่บอกเราว่าระยะเวลาไม่สำคัญเท่าความต่อเนื่อง ก็คือพี่เอกคนนี่เองน่ะแหละ เราสร้างนิสัยอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นนิสัยที่ดีหรือไม่ดีก็ตาม นอกจากนี้ ในโครงการจะยังได้เรียนรู้เรื่องเชิงวิชาการเกี่ยวกับนิสัยด้วย ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของนิสัย กระบวนการสร้างนิสัย ทฤษฎีเชิงจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการก่อร่างสร้างนิสัย และอุปสรรคสำคัญที่ทำให้นิสัยของเราแปรเปลี่ยนเป็นความพยายามไป อยากบอกว่ามันใกล้ตัวอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ แน่นอนว่าในเชิงปฏิบัติก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะว่าเราจะได้ทดลองสร้างนิสัยใหม่ตามหลักที่ได้เพิ่งเรียนไปในทันที! แต่ละคนเลือกทำกิจกรรมตามใจตัวเองต่างกันไป เช่น นั่งสมาธิให้ได้ก่อนนอนสัก 8 นาที หรือทำสควอตก่อนอาบน้ำให้ได้สัก 10 ที ส่วนตัวผู้เขียนเป็นคนทำอะไรไม่ค่อยยืด แถมยังผลัดวันประกันพรุ่งอีกต่างหาก เลยคิดว่าจะลองเขียนไดอารีให้ได้ยาวๆ โดยที่วันนี้เราได้เรียนรู้เรื่องการสร้างนิสัยที่ถูกวิธี แถมยังมีการติดตามผลตลอดช่วงเวลา 1 สัปดาห์และนับต่อจากนั้นเป็น 1 เดือนอีก น่าจะช่วยแก้นิสัยที่ว่าได้ไม่มากก็น้อย ผู้อ่านคนไหนอ่านแล้วรู้สึกสนใจขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นนิสิตระดับไหน หรือจะเป็นอาจารย์หรือบุคลากรของมหาวิทยาลัย ขอเพียงแค่คุณอยากสร้างนิสัยใหม่ ขอให้ติดต่อเราม…ผิดๆ ติดต่อได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจของศูนย์ฯ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้หรือกิจกรรมอื่นๆ ได้เลยครับ ที่ www.facebook.com/chulastudentwellness และถ้าใครสนใจจะเข้าร่วมโครงการนี้ละก็ขอให้ลงชื่อได้ที่ลิงก์นี้เลย http://goo.gl/forms/KLNCK7w9YV กิจกรรมนี้จัดทุกเดือนครับ โดยจะตรงกับวันพุธช่วงเย็นครับ (16.30 – 19.30 น.) รับรองว่าได้ลองแล้วจะติดใจ ❤️

Update

เสวนาวิชาการ: วิชาการเดย์ วิชาการกันแค่กันยาฯ


โดย เมื่อ

“จุฬาฯ ยังไม่สิ้นงานวิชาการดีๆ” คำพูดนี้ดูจะสามารถยืนยันได้จากบรรดางานเสวนาวิชาการต่างๆ ที่จัดขึ้นภายในรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ล้วนอัดแน่นด้วยคุณภาพทางวิชาการที่หลากรส หลายลีลา วันนี้ CHU! จึงได้รวบรวมกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต่อแถวเรียงรายกันเพื่อจะสร้างความรู้ความเข้าใจในศาสตร์แขนงต่างๆ ในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ ให้แฟนเพจได้เลือกรับฟังตามใจชอบ เตรียมเคลียร์คิว ทำตัวให้ว่าง แล้วร่วมงานเสวนาวิชาการต่างๆ ได้เลย!   Public Lecture on “An International Perspective on Strengthening University-Community Network and Community Engagement in Education and Learning Systems” By Dato’Dr. See Ching Mey. On September 7th, 2016, 13.00-15.00, 2nd fl. Phramingkhwan Building Faculty of Education   บรรยายชุด MADE IN 1956 “สายธารเปลี่ยนทิศ” วิกฤตการณ์คลองสุเอชกับประวัติศาสตร์ตะวันออกกลางสมัยใหม่ โดย ผศ.ดร. จุฬิศพงศ์ จุฬารัตน์ วันที่ 7 กันยายน 2559 เวลา 16.30 – 18.00 น. ณ ห้อง 501/13 อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์     นิทรรศการ “100 ปี จุฬาฯ CUD – CUSAR พัฒนาเครือข่ายอาหารปลอดภัย” โดยสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร และโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ภายในงานพบกับกิจกรรมความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ เลือกชมเลือกซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ และผลผลิตของนิสิตสำนักวิชา ฯ ระหว่างวันที่ 8 – 9 กันยายน 2559 เวลา 9.00 – 17.00 น. ณ ใต้อาคาร 50 ปี โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม การสอบสอนของผู้เข้าสมัครเพื่อบรรจุ เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่ง อาจารย์ วันศุกร์ที่ 9 กันยายน 2559 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ชั้น 4 อาคารเทพทวาราวดี คณะนิติศาสตร์   A Lecture “Why are Tibeto-Burman languages so typologically diverse?” Friday, September 9th, 2016 (2:00-3:30 p.m.) Room 501/29, Maha Chakri Sirindhorn Building This lecture is part of the lecture series “Diversity in ASEAN from linguistic perspectives,” sponsored by the ASEAN Studies Center, Chulalongkorn University. การบรรยายโครงการ “สืบสานวิทยาพฤฒาจารย์ ปี ๒๕๕๙” ในหัวข้อ “เสน่ห์ภาษาบาลี-สันสกฤตสำหรับผู้เรียนภาษาไทย” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.มณีปิ่น พรหมสุทธิรักษ์ ในวันจันทร์ที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๙ เวลา ๙.๓๐-๑๒.๐๐ น. ณ ห้อง ๔๐๑/๑๘ ชั้น ๔ อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การบรรยายทางวิชาการ เรื่องเทคนิคการอ่านเตรียมสอบ CU-TEP โดย อาจารย์ ดร.ประมาณ ทรัพย์ผดุงชนม์ สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันจันทร์ที่ 12 กันยายน 2559 เวลา 12.15 -13.30 น. ณ ศูนย์บรรณสารสนเทศทางการศึกษา ชั้น 1 อาคารพระมิ่งขวัญการศึกษาไทย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   บรรยายชุด MADE IN 1956 การทำลายภาพลักษณ์สตาลิน ค.ศ.1956 โดย รศ.ดร. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ วันที่ 14 กันยายน 2559 เวลา 16.30 – 18.00 น. ณ ห้อง 501/13 อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ การบรรยาย หัวข้อ Translation as Transformation โดย Professor Harish Trivedi (University of Delhi) วันเสาร์ที่ 17 กันยายน 2559 เวลา 13.00-15.30 ห้อง 304 อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สามารถสำรองที่นั่งได้ โดยส่ง email มาที่ ccti_2010@hotmail.com โทร./แฟกซ์ 02-218-4634 ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าฟัง        

Update

เสวนาวิชาการ: ก่อนสิ้นเดือนนี้ มีอะไรให้ไปฟัง?


โดย เมื่อ

งานเสวนาวิชาการในจุฬาฯ นั้นมีมากมายให้เข้าฟังไม่หวาดไม่ไหว หลายคนมักจะไม่ค่อยรู้ว่ามีงานที่แสนน่าสนใจเหล่านี้รออยู่ ทาง CHU! เลยรวบรวมมาให้ลองเลือกสรรไปเข้าร่วมกันตามใจชอบเลย จะบอกว่าช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ตารางงานเสวนาวิชาการที่จะมีขึ้นในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแน่นมาก แต่ละงานรับรองว่าคุณภาพคับแก้วแน่นอน ไม่รอช้า ไปดูงานวิชาการในเดือนสิงหาคม 2559 นี้กันเลย!   งานประชุมสัมมนาทางวิชาการนานาชาติ ด้านเกษตรอินทรีย์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในหัวข้อ Symposium on “ACHIEVING SDGS THROUGH ORGANIC AGRICULTURE RESEARCH AND EDUCATION: Lessons from Thailand and Bhutan” ในวันพฤหัสบดี ที่ 25 สิงหาคม 2559 ณ ห้องประชุมสารนิเทศ ชั้น 2 หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร 02-218-9832 กิจกรรมเสวนาโครงการอาศรมความคิด ครั้งที่ 1 “การบริหารจัดการมหาวิทยาลัยไทย ท่ามกลางความไม่แน่นอนและความเปลี่ยนแปลง” ในวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2559 เวลา 9.00-12.00 น. ณ ชั้น 1 ศูนย์บรรณสารสนเทศทางการศึกษา สามารถลงทะเบียนได้ที่ศูนย์บรรณสารสนเทศทางการศึกษา โทร 02-218-2429 งานเสวนา “แนวทางฝัน จากวิศวกรสู่ผู้ประกอบการ” วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2559 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้อง 209 ชั้น 2 อาคาร 3 คณะวิศวฯ จุฬาฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม pusanisa.path@gmail.com หรือ โทร. 085-359-9699 The lecture “Determining developmental language among Malay children for speech-language therapy (SLT) purposes in Malaysia.” Friday, August 26th, 2016 (10:00-11:30 a.m.) Room 501/29, Maha Chakri Sirindhorn Building, Faculty of Arts, Chulalongkorn University การบรรยาย “การอ่านปรัชญา: แง่มุมทางปรัชญาของหนังสือยีนเห็นแก่ตัว” วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2559 เวลา 14.30 น. ณ ห้อง 501/2 อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การประชุมวิชาการระดับชาติด้านภาษาไทย  “มณีปัญญา-วิชญมาลา หนึ่งศตวรรษภาควิชาภาษาไทย” วันศุกร์ที่ ๒๖- วันเสาร์ที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ ห้อง ๓๐๓ – ๓๐๔ อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กิจกรรมเสวนาวิชาการ “ชนก-ชนนีในบูรพคดีศึกษา” ในวันจันทร์ ที่ 29 สิงหาคม 2559 ที่โถงชั้น 1 อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ ตั้งแต่เวลา 9.00-12.30 น. (การแต่งกาย: ชุดประจำชาติอินเดีย หรือ ชุดสุภาพ) ลงทะเบียนได้ที่ https://goo.gl/forms/6WGJSw4051YBU5St2 การสัมมนาทางวิชาการ “50 ปี แห่งการจากไปของ จิตร ภูมิศักดิ์” ในวันจันทร์ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 8:30 – 18:30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 9 อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การบรรยายพิเศษ เรื่อง “Energy stability for the future” โดย รศ. ดร.กุลยศ อุดมวงศ์เสรี ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวฯ จุฬาฯ และ คุณสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม 2559 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุม 117 อาคาร 3 คณะวิศวฯ จุฬาฯ ภารตนิเทศ หัวข้อ “Participatory Guarantee System and Organic Farming in India” วันจันทร์ที่ ่ 29 สิงหาคม 2559 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ ห้อง 802 ชั้น 8 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กิจกรรม “Green Faculty: Reducing Garbage and Saving Energy (Big Cleaning Day)” วันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2559 เวลา 08.30 – 16.00 น. ณ ห้อง 1003 ชั้น 10 อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ห้ามพลาดเลยทีเดียว!

Update

เมื่อ CUVIP พาเที่ยว “ชุมชนกุฎีจีน”


โดย เมื่อ

“ชุมชนกุฎีจีน” แตกต่างแต่เติมเต็ม ยามสายของวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันหยุดที่ใครหลายคนเฝ้ารอ  แทนที่จะใช้เวลาไปกับการนอนหรือใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยอยู่กับหอ เราและเพื่อน ๆ  อีกสามคน ก็ได้พาตัวเองออกไปหากิจกรรมทำกัน  และเป็นโอกาสที่ดีที่กิจกรรมเสริมหลักสูตรการศึกษาทั่วไป หรือ CUVIP ได้จัดวิชาชุมชนศึกษา (กุฎีจีน) ขึ้น พวกเราจึงถือโอกาสนี้ออกไปเรียนรู้ชุมชนกุฎีจีนกับวิชานี้กัน การเดินทางของพวกเราเริ่มขึ้นเมื่อสมาชิกทุกคนมาพร้อมกัน ณ จุดนัดหมายคือ วัดหัวลำโพง  โดยมี ศ.นพ.วิโรจน์  ไววานิชกิจ  เป็นอาจารย์ที่จะนำพวกเราไปเรียนรู้ชุมชนกุฎีจีนในวันนี้  พวกเราเดินทางโดยรถเมล์สาย 4 จากหน้าวัดหัวลำโพง ไปลงวงเวียนเล็ก ป้ายรถเมล์ป้ายแรกเมื่อลงจากสะพานพระปกเกล้า โดยแต่เดิมนั้นวงเวียนเล็กจะมีหอนาฬิกาตั้งตระหง่านอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนศึกษานารี แต่หลังจากที่มีการสร้างสะพานพระปกเกล้าขึ้นในภายหลังทำให้วงเวียนเล็กถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ภายหลังจึงได้ยกเลิกวงเวียนแห่งนี้ไป ส่วนหอนาฬิกาที่เคยตั้งอยู่กลางวงเวียนนั้นก็ได้ย้ายมาตั้งไว้ทางด้านถนนสมเด็จเจ้าพระยาที่จะมุ่งหน้าไปยังคลองสาน เมื่อเดินทางถึงวงเวียนเล็กแล้วจุดหมายแรกของพวกเราคือ วัดพิชยญาติการาม หรือวัดพิชัยญาติ เป็นวัดที่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 เนื่องจากสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ ขณะนั้นเป็นจางวางพระคลังสินค้า มีเรือสำเภาค้าขายกับจีน จึงได้นำอับเฉาเรือ กระเบื้องสี และหินมาจากจีน สถาปัตยกรรมของวัดนี้จึงมีลักษณะแบบไทยผสมจีน จากวัดพิชัยญาติ พวกเราก็เดินต่อไปยังวัดอนงคาราม ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันและห่างกันไม่มากนัก ผู้สร้างคือ ท่านผู้หญิงน้อย ภริยาของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย โดยสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นวัดคู่กันกับ “วัดพิชยญาติการาม” ของสามี แล้วถวายให้เป็นพระอารามหลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓  ห้องสมุดประชาชนภายในวัดแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเขตคลองสาน” อีกด้วย ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์นั้นได้มีการจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปต่าง ๆ ในเขตคลองสาน ทั้งเรื่องของวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวคลองสานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จากวัดอนงคาราม จุดหมายต่อไปคือศาลเจ้าพ่อเสือ (คลองสาน) เป็นที่ประดิษฐาน พระภูมิบาล หรือ เจียว ตี่ เหล่า เอี๊ย  เชื่อกันว่ามีมากว่าร้อยปี ศาลเจ้าแห่งนี้มีปืนใหญ่ยี่ห้อ VOC ซึ่งเป็นของบริษัท VOC หรือ Dutch East India Company ที่เข้ามาค้าเครื่องเทศกับชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่สมัยอยุธยาอีกด้วย หลังจากแวะทานอาหารเที่ยง พวกเราก็ออกเดินทางกันต่อ จุดหมายต่อไปคือ สุเหร่าตึกแดง หรือมัสยิดกูวติลอิสลาม  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา  ชาวมุสลิมกลุ่มนี้เข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ ไปตีหัวเมืองไทรบุรี  และได้นำมุสลิมที่เป็นช่างนาก ช่างทองมาอยู่ที่นี่  เป็นมัสยิดเก่าแก่ เรียบง่ายแต่สวยงาม จุดหมายต่อไปคือศาลเจ้ากวนอู ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกันกับสุเหร่าตึกแดง ว่ากันว่าสมเด็จพระเจ้าตากสิน เคยเสด็จมาสักการะเทพเจ้ากวนอูที่ศาลแห่งนี้ ก่อนที่จะกรีธาทัพไปทำสงครามด้วย ริมน้ำหน้าศาลเจ้ากวนอูคือที่ตั้งของโรงน้ำปลาทั่งง่วนฮะ เป็นอาคารสถาปัตยกรรมจีนแต้จิ๋ว ทรง “เหี่ยซัวโห้ว” (เสือลงเขา) ที่ปลูกสร้างขึ้นในราวสมัยรัชกาลที่ 2 จากศาลเจ้ากวนอู พวกเราเดินทางต่อไปยัง “อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ซึ่งอยู่ด้านหลังศาลเจ้ากวนอู เป็นสวนสาธารณะที่สงบร่มรื่น  ภายในสวนยังจัดทำเป็น พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ เล่าพระราชประวัติของสมเด็จย่า ตั้งแต่ปฐมวัยและยังเป็นสามัญชนอาศัยอยู่ในย่านวัดอนงคาราม และเรื่องราวก่อนที่จะเลื่อนฐานันดรศักดิ์มาเป็นพระราชชนนีของพระมหากษัตริย์ไทยถึงสองพระองค์ รวมไปถึงพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของสมเด็จย่า วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร คือจุดหมายต่อไปของพวกเรา โดยเดินอ้อมใต้สะพานพระปกเกล้าไปจนถึงเชิงสะพานพุทธ  เป็นวัดที่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าพระยาพระคลัง ว่าที่กรมท่า และสมุหพระกลาโหม ได้อุทิศสวนกาแฟสร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2371มีพิพิธภัณฑ์พระ มีชื่อว่า ประยูรภัณฑาคาร ที่แสดงพระกรุและของมีค่าที่ค้นพบบนองค์พระบรมธาตุมหาเจดีย์ และที่ผู้อื่นถวายสมทบในภายหลังด้วย จากนั้นพวกเราเดินไปตามทางเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังโบสถ์ซางตาครู้ส โบสถ์ซางตาครู้ส เป็นสัญลักษณ์ของคริสต์ศาสนาในย่านกุฎีจีนแห่งนี้  เป็นโบสถ์คริสต์ของนิกายโรมันคาทอลิกแห่งแรกในฝั่งธนบุรี โดยบาทหลวงยาโกเบ กอรร์ ผู้นำกลุ่มชาวโปรตุเกสในขณะนั้น ตัวโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิคผสมกับเรเนอซองส์ จุดหมายต่อไปของพวกเราคือ ศาลเจ้าเกียนอันเกง  เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีการก่อสร้างแบบทั้งกระเบื้องโค้ง และวิธีมุงหลังคาแบบจีนแท้ ๆ ที่สวยงามและมีมนต์ขลัง มีองค์พระประธานเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิม สันนิษฐานกันว่า ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่มาของคำว่า “กุฎีจีน” สำหรับสถานที่สุดท้ายของการเดินทางในวันนี้คือกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นวัดสำคัญที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีการก่อสร้างให้อยู่ริมแม่น้ำแบบเดียวกันกับวัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ คือ “หลวงพ่อโต” หรือเรียกชื่อแบบจีนว่า “ซำปอกง” การเดินทางของพวกเราในวันนี้อาศัยการเดินเท้าเป็นหลัก แม้อากาศจะร้อนแต่ความน่าสนใจของชุมชนแห่งนี้ทำให้เรายินดีที่จะเดินต่อไป และก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ ที่ได้มีโอกาสมาเยือน “ชุมชนกุฎีจีน” นับเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมอันหลากหลาย ที่จะทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับความน่าสนใจของความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ สุดท้ายนี้อยากฝากถึงพี่น้องชาวจุฬาฯ ว่า กิจกรรมเสริมหลักสูตรการศึกษาทั่วไป หรือ CUVIP หลากหลายหลักสูตรที่จัดขึ้นนั้น เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง นอกจากจะสามารถเลือกเรียนได้ตามความสะดวกและความสนใจของเราเองแล้ว ยังได้เกียรติบัตรหลังเรียนจบด้วยแหละ ดีขนาดนี้ ไปลงเรียนกันเถอะเพื่อนๆ  แล้วเวลาว่างของคุณจะกลายเป็นช่วงเวลาทที่แสนพิเศษ เขียนโดย ชุติมา หนูเกื้อ ภาพโดย ธนพร สุขอินทร์ และ ปิญชาน์ กิ่งรุ้งเพชร

ปิดโหมดสีเทา