Interview

[TEDxChula] ต้า ภาณุ : ความท้าทายของงานกราฟิก

Read More »

Interview

[TEDxChula] ธีร์ เชาว์ปรีชา : เพราะภาพถ่ายไม่ได้แค่บันทึกเหตุการณ์

Read More »

Interview

หมิว ธนียา : แอดมินเพจHIWSUS สู่การเป็น Social Media Planner TEDxChula

Read More »

Chula Life

4 เคล็ด(ไม่)ลับพาหนีโสด ฉบับเด็กนิเทศ

Read More »

Latest Stories

Interview


โดย เมื่อ

พลังความคิดที่ยิ่งใหญ่คงไม่สามารถส่งต่อสู่ผู้คนมากมายได้ หากขาดพื้นที่และเวทีในการแสดงออก เวทีและพื้นที่กิจกรรมในงาน TED X Chula นั่นล้วนผ่านการออกแบบ จากฝ่าย Stage and Event managers ทั้งสิ้น หนึ่งในนั้นคือ รีน่า หรือ อิษยา กิจเจริญ นิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ปี3 Stage and Event Managers ของ TEDxChula เธอทำงานด้วยความเชื่อว่า การออกแบบก็เหมือนกับการสื่อสารด้วยภาษา เมื่อเราถามถึงแรงบันดาลใจในการเลือกเข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้ เธอตอบว่า “ความตั้งใจหลักของเราก็คือ การถ่ายทอดและส่งต่อความคิดดีดีที่ควรค่าแก่การแบ่งปัน ผ่านการออกแบบเพื่อให้เข้าถึงผู้คนได้มากยิ่งขึ้น” ในการออกแบบเวที TED x Chula นั่นมีหลายสิ่งที่ต้องคำนึงถึง เช่น Themeงาน องค์ประกอบโดยรวมของเวที เป็นต้น ซึ่งปีนี้ทีม Stage and Event managers มีแนวคิดในการออกแบบเวทีว่า จะเน้นให้ตัวเวทีช่วย support speaker และให้มีความโดดเด่นเข้ากับ theme  “ด้วยธีมของ Ted x chulalongkornU ปีนี้ คือ strive forward คอนเซ็ปของงานก็คือ การมี movement สอดแทรกเข้าไปในทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นทั้งตัวเวที หรือในส่วนของงานจัดแสดง“    รีน่ากล่าว ส่วนแนวคิดในการสร้างสรรค์งานจัดแสดง รีน่าเผยว่า จะเน้นการมีปฏิสัมพันธ์กันของผู้เข้าชมเป็นหลัก รวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอีกด้วย “ผู้ร่วมงานจะได้สนุกไปกับงานจัดแสดงต่างๆในงาน ทุกคนจะได้มีโอกาส พูดคุย ทำความรู้จักกับบุคคลที่มีความสนใจเหมือนๆกัน เรียนรู้ถึงสภาพสังคมปัจจุบันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทุกคนพร้อมที่จะ strive forward ไปกับเรา“ งานออกแบบไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสวยความงามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสื่อสารอะไรบางอย่างด้วย งานออกแบบไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสวยความงามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสื่อสารอะไรบางอย่างด้วย ก็เหมือนกับการทำcontent เผยแพร่ให้ผู้ชมในงาน “มันไม่ใช่ว่าเราจะวางโต๊ะตรงไหน หรือวางเก้าอี้ยังไง แต่เป็นการคำนึงถึงประโยชน์ และ ความประทับใจที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับกลับบ้านไป” ท้ายที่สุด TED x Chula ทำให้เธอ ได้ฝึกฝนในสิ่งที่ร่ำเรียนมา ทำให้มีประสบการณ์ในการทำงานมากขึ้น และเหนือสิ่งอื่นใดคือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้เริ่มทำอะไรใหม่ๆ ก้าวออกจาก comfort zone ที่เคยเป็น

Interview

[TEDxChula] ต้า ภาณุ : ความท้าทายของงานกราฟิก


โดย เมื่อ

ตัวลูกศรสีแดงซ้อนทับสลับกัน เหมือนกำลังพุ่งไปหาเป้าหมายอะไรบางอย่าง สะท้อนถึงธีมงานของ  TEDxChulalongkornU ในปีนี้ ที่มีชื่อว่า Strive Forward เหล่านี้ล้วนเป็นงานของฝ่ายกราฟิก ที่ต้องสร้างสรรค์งานศิลป์ให้ออกมาตรงกับคอนเซปต์และสะท้อนความเป็น TEDx ให้มากที่สุด ต้า-ภาณุ ตรีธวัชชัยวงศ์ นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหนึ่งในทีมงานออกแบบงานกราฟิกต่างๆ ที่ปรากฎสู่สาธารณชน “เราเชื่อว่า TED เป็นพื้นที่สำหรับการกระจายความคิดดีๆ ไอเดียแปลกใหม่ เป็นช่องทางที่ขยายไอเดียเล็กๆเหล่านั้นให้เกิด impact กับสังคมได้จริงๆ หรืออย่างน้อยก็สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆในสังคม ดังนั้น เราจึงตั้งใจสมัครเป็นส่วนหนึ่งของทีม ด้วยศักยภาพและความสนใจส่วนตัวในเรื่องของกราฟิกดีไซน์ เมื่อมีโอกาสเราก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสิ่งดีดีผ่าน TEDx” ต้าเล่าถึงความเชื่อของตัวเองที่มีต่อ TEDx ต้ายังเสริมอีกว่า “การได้มาคลุกคลีกับTEDx กับผู้คนที่มีความเชื่อคล้ายๆกัน สร้างแรงบันดาลใจให้ผมหลายอย่าง ทั้งในเรื่องการทำเพื่อสังคม ส่งต่อสิ่งดีๆ ผมว่ามันเป็นสิ่งที่สังคมปัจจุบันกำลังต้องการ ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่า คุณไม่ได้กำลังทำหรือช่วยเหลือสังคมเพียงคนเดียว แต่มีคนอีกมากที่กำลังสรรสร้างความเชื่อเหลือ การให้ ในแบบที่แต่ละคนถนัด” สำหรับงานกราฟิกแล้ว แนวทางของการทำกราฟิกคงจะต้องทำตามธีมที่ระบุไว้ รวมถึงต้องดึงความโดดเด่นของงานตัวหนังสือผ่านสัญลักษณ์สีแดงและสีขาวของ TEDx แต่สำหรับต้า งานกราฟิกที่เขาทำให้ TEDx จะต้องมีกลิ่นไอของความแปลกใหม่และเอกลักษณ์ในงานของเขาลงในงานกราฟิกที่ออกมา “ เรื่องความเรียบง่าย สีแดง ขาว ดำและเทา แต่แฝงไปด้วยความมีพลัง เกิด impact ต่อคนที่ให้คือองค์ประกอบหลักในการทำงาน อีกส่วนหนึ่งคือพยายามนำเสนอสิ่งที่แปลกใหม่ให้เข้ากับธีม อย่างปีนี้ นำเสนอในธีม Strive forward เราก็มีความพยายามในการสื่อให้ตรงตามธีม ซึ่งจะเห็นได้จาก logo และ artwork ต่างๆ” ความท้าทายของงานกราฟิกไม่ได้มาจากตัวงานที่ยาก แต่มาจากคนจำนวนมากที่มาทำงานร่วมกัน ต้ายังเล่าถึงปัญหานี้และการแก้ปัญหาที่เขาเคยเจอว่า “การทำงานอาสาสมัครกับผู้คนที่หลากหลายจำนวนมากเป็นความท้าทายอยู่แล้ว ปัญหาในเรื่องความไม่เข้าใจกัน เรื่องการทำงานภายใต้เวลาที่จำกัด แต่ด้วยความเชื่อว่าอาสาสมัครทุกคนที่มาทำงานนี้ มี passion คล้ายๆกัน จึงทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นแก้ไขได้ไม่ยาก ทุกคนมีอะไรบางอย่างที่เชื่อมต่อกันได้ ความพยายามเข้าใจกันและกัน และพร้อมที่จะสนับสนุนกัน เป็นสิ่งที่ช่วยลดและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น” ความท้าทายของงานกราฟิกไม่ได้มาจากตัวงานที่ยาก แต่มาจากคนจำนวนมากที่มาทำงานร่วมกัน เมื่อถามถึง TEDx ที่ชอบที่สุดในปีนี้ เขาตอบว่า “ก็คงเป็นของพี่อาร์ต ในยุคสมัยปัจจุบันที่ Technology พัฒนาไปไกลเกินจะคาดการณ์ได้ มนุษย์เรามีความสะดวกสบายมากขึ้น จริงไหมครับ แต่มนุษย์กลุ่มหนึ่งที่ต้องการความช่วยเหลือ เพียงแค่ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างคนทั่วไป ไม่ได้ต้องการความสะดวกสบายอะไรมากนัก เทคโนโลยีกลับเข้าไม่ถึงกลุ่มคนกลุ่มนี้ ผมเชื่อว่าผู้พิการควรจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่การเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านั้นของผู้พิการยังเป็นไปได้ยากและมีปริมาณน้อย ทอร์คนี้อาจจะทำให้ใครหลายๆคนหันมาสนใจและทำความเชื่อของผมให้กลายเป็นจริงก็ได้นะครับ” นี่ก็คงเป็นบทสรุปความเชื่อของต้าที่มีต่อ TEDx  

Interview

[TEDxChula] ธีร์ เชาว์ปรีชา : เพราะภาพถ่ายไม่ได้แค่บันทึกเหตุการณ์


โดย เมื่อ

“ เราเชื่อในศักยภาพของตัวเรา ว่าเราจะตั้งใจ  มุ่งมั่นกับการถ่ายภาพอย่างสุดความสามารถ และสัญญาว่าจะถ่ายภาพเพื่อแสดงตัวตนและความคิดของ speaker แต่ละคนให้ออกมาดีที่สุด ผ่านทางภาพ เพื่อทำให้ผู้ชมได้รับสิ่งดีๆกลับไปเหมือนที่เราสามารถสัมผัสได้ ภาพถ่ายไม่เพียงบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังรวมถึง ความคิด จิตวิญญาณ สภาพสังคม อารมณ์ และความรู้สึก ที่ถูกฉาบด้วยภาพถ่ายแต่ละภาพ” ธีร์-ธีร์ เชาว์ปรีชา นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวด้วยความเชื่อในศักยภาพตัวเองอย่างแน่วแน่ เพื่อที่จะถ่ายทอดภาพที่ดีที่สุดในงานออกมา และประสบการณ์ที่มากกว่า 2 ปีของธีร์ในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ถูกนำมาใช้อีกครั้งในฐานะช่างภาพประจำงาน TEDxChulalongkornU ความท้าทายในการถ่ายภาพนอกจากจะเป็นการถ่ายรูปที่มีแสงน้อยโดยต้องรบกวนผู้ชมให้น้อยที่สุดแล้ว การถ่ายคาแรกเตอร์ของ speaker แต่ละคนก็สำคัญในการจัดองค์ประกอบภาพหรือแม้แต่แสงและสีของภาพ “แนวการถ่ายภาพสำหรับงาน Ted talk ไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับคาเรคเตอร์ของ speaker แต่ละคน และสภาพแวดล้อม  ตัวอย่างเช่น  หากถ่ายนักวิชาการ เราจะสร้างสรรค์โทนสีให้ออกมานุ่มนวล ละเอียดลออ เช่น การใช้สีขาวเป็นโทนของภาพ เลี่ยงการใช้สีสันฉูดฉาด และควบคุมการปรับแสงให้สอดคล้องกับการใช้สีและโทนของภาพ เพื่อเป็นตัวแทนของการชี้ทางสว่างความรู้ (enlighten knowledge)” ธีร์อธิบาย    ภาพถ่ายไม่เพียงบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังรวมถึง ความคิด จิตวิญญาณ สภาพสังคม อารมณ์ และความรู้สึก ที่ถูกฉาบด้วยภาพถ่ายแต่ละภาพ” นอกเหนือจากความท้าทายแล้ว เหล่าช่างภาพยังต้องเผชิญอุปสรรคหลายๆ อย่าง (ซึ่งเขาไม่พยายามเรียกว่าปัญหา) ประกอบกับความคาดหวังของฝ่ายต่างๆ ที่ต้องการผลงานของเขาเพื่อเผยแพร่สู่สายตาสาธารณะ ธีร์บอกว่า “ช่วงเวลาในการทำงานที่จำกัดที่ถ่าย speaker ตามสถานที่ต่างๆ ให้ทันเวลา นอกจากอุปสรรคด้านภาวะแรงกดดัน ความผิดพลาดจากการทำงานฝ่ายอื่นที่ทำให้การทำงานฝ่ายช่างภาพล่าช้า เป็นอุปสรรคที่สำคัญอีกประการหนึ่ง วิธีการแก้ไขอุปสรรคดังกล่าวข้างต้นทั้งหมดคือ เราคิดว่าอุปสรรคทุกอย่างแก้ไขได้    ค่อยๆคิด ค่อยๆทำ ในไม่ช้า เราก็จะสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้” แน่นอนว่าการเลือกมาทำงานในครั้งนี้ นอกจากจะได้รับประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น ยังได้แรงบันดาลใจหรือความเชื่อใหม่ๆ “ที่เราได้รับคือพลังบวกที่ผลักดันให้เรามีกำลังใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น ทุกครั้งที่ photo ไปถ่ายภาพของ speaker แต่ละคน เราไม่ได้จดจ่ออยู่กับการถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสนใจกับความคิด ทัศนคติ และ ความรู้สึกของ speaker แต่ละคนที่เราสัมผัสได้ เมื่อเราสัมผัสได้ เราจะได้รับชุดความคิดกลับมาเป็นของเราและตกผลึกเป็นพลังบวกที่แตกต่างและน่าสนใจ จนทำให้เรารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก” ธีร์กล่าวอย่างมีความสุข ธีร์ยังเพิ่มเติมอีกว่า “มากกว่าแรงบันดาลใจ เราได้รู้จักกับ “ครอบครัวใหม่”   ครอบครัวที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น เป็นมิตร และพร้อมที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันเสมอ  ครอบครัวที่ไม่ใหญ่โตแต่ทรงพลังทั้งพลังกายและพลังใจ  มีสมาชิกที่หลากหลายและเป็นเอกลักษณ์  และที่สำคัญเราอยากบอกว่า งาน EDxChulalongkornU  ปีนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าขาดใครสักคนในครอบครัวไป” ภาพของธีร์ที่ได้ออกมานั้น ก็ปรากฎชัดถึง “ความเชื่อ” ที่เขามีต่อครอบครัว TEDxChulalongkornU แห่งนี้  

Interview

หมิว ธนียา : แอดมินเพจHIWSUS สู่การเป็น Social Media Planner TEDxChula


โดย เมื่อ

ในยุคที่โซเชียลมีเดียครองพื้นที่การสื่อสารอย่างรอบด้าน ทำให้ TEDxChula จำเป็นต้องมีตำแหน่ง Social Media Planner รับผิดชอบหน้าที่นี้โดยเฉพาะเพื่อช่วยส่งต่อสิ่งดี ๆ สู่ผู้คนให้มากที่สุด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ หมิว-ธนียา ตันติสาธิต นิสิตปี 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ที่ได้นำประสบการณ์จากการเป็นแอดมิน ฯ และบล็อกเกอร์มาช่วยในการทำงานครั้งนี้     “เชื่อว่าตำแหน่งนี้น่าจะตอบโจทย์สิ่งที่เราทำอยู่ได้ตรงจุด สามารถนำศักยภาพในตัวเองออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์และพัฒนาศักยภาพตรงนั้นไปพร้อม ๆ กันเวลาทำงาน” คือเหตุผลที่เธอเลือกมาทำงานนี้ หมิวยังเสริมอีกว่า “ยิ่งได้มาทำใน TEDxChula เวทีที่ส่งต่อความคิดดี ๆ ผ่านประสบการณ์อันหลากหลาย จุดประกายแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้คนในวงกว้างและเราได้มาเป็นส่วนหนึ่งที่มีหน้าที่ทำให้สิ่งนี้ขยายไปสู่ผู้คนผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ทำให้รู้สึกดีมากที่ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นผู้พูดให้พวกเขาฟังเอง  แต่ว่าเราก็สามารถเป็นปากเป็นเสียงที่ทำให้ข้อความดี ๆ เหล่านี้ส่งไปยังผู้คนในหลากหลายที่และร่วมส่งต่อมันไปด้วยกันอย่างก้าวไกล” เธอมองว่าโซเชียลมีเดียจำเป็นอย่างมากกับการประชาสัมพันธ์งาน TEDxChula เพราะยิ่งมีปฏิกิริยาตอบรับ (interaction) มากเท่าไร ยิ่งเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นเท่านั้น เฟซบุ๊กที่เป็นช่องทางหลักในการรับข่าวสารของคนส่วนใหญ่จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่เธอให้ความสำคัญ นอกจากจะรู้ปฏิกิริยาตอบรับแล้ว ยังสามารถตอบคำถามและถ่ายทอดสด (live) เพิ่มความใกล้ชิดกับผู้สนใจได้มากขึ้นด้วย ส่วนทวิตเตอร์แม้จะมีการรีทวิตและติดแฮชแท็กที่สร้างกระแสได้ไว แต่ก็จำกัดตัวอักษรทำให้บอกรายละเอียดมากไม่ได้ “การที่มีคนแชร์โพสต์ TEDxChula ของเราเพียง 1 ครั้งเพียงเพราะเขารู้สึกสนใจและอยากส่งต่อความคิดดี ๆ ในโพสต์ดังกล่าว ก็อาจทำให้โพสต์นั้นกระจายกว้างไปแบบทั่วโลกได้ในพริบตาเพียงเพราะมีคนให้ความสนใจพร้อม ๆ กัน ดังเช่นกระแสสังคมในทุก ๆ วันนี้ จึงเชื่อมั่นเป็นอย่างมากว่าโซเชียลมีเดียในช่องทางต่าง ๆ ที่ทำอยู่นี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันให้ TEDxChula ประสบความสำเร็จในปีนี้และปีต่อ ๆ ไปแน่นอน” การที่มีคนแชร์โพสต์ TEDxChula ของเราเพียง 1 ครั้ง ก็อาจทำให้โพสต์นั้นกระจายกว้างไปแบบทั่วโลกได้ในพริบตา จึงเชื่อมั่นว่าโซเชียลมีเดียในช่องทางต่าง ๆ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันให้ TEDxChula ประสบความสำเร็จในปีนี้และปีต่อ ๆ ไป ทั้งนี้การใช้โซเชียลมีเดียก็ต้องระมัดระวังและรอบคอบเป็นอย่างมากโดยเฉพาะประเด็นอ่อนไหวอย่างภาษา, กฎหมาย, ศาสนา, พฤติกรรมและความนิยม เพราะไม่อาจรู้ได้ว่าใครสามารถรับรู้เนื้อส่วนนี้และคิดเห็นอย่างไร จึงต้องแสดง “ความเป็นกลาง” ให้มากที่สุดเพื่อป้องกันความขัดแย้งและไม่ให้เกิดข้อความด้านลบในเพจ ทีมโซเชียลมีเดียจึงต้องควบคุมการกระจายข่าวสารและรายละเอียดทุกอย่างให้ถูกต้องและคงความเป็น TEDxChula ให้มากที่สุด เมื่อถามถึงสิ่งที่ผู้ฟังจะได้จาก TEDxChula เธอตอบอย่างมั่นใจว่าทุกคนต้องได้อะไรกลับไปแน่นอน “อย่างที่รู้กันว่า TED นั้น เป็นการร่วมส่งต่อความคิด ประสบการณ์ แรงบันดาลใจในด้านต่าง ๆ อย่างหลากหลายให้แก่ทุกคน ดังนั้นไม่ว่าเรื่องใดก็ตามที่คุณฟัง ถึงจะไม่ใช่เรื่องที่คุ้นเคยหรือถนัด บางเรื่องอาจไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วยซ้ำ แต่เชื่อเถอะว่าพวกเราได้ล้วนเตรียมสิ่งดี ๆ ที่จะทำให้ผู้ฟังทุกคนเกิดแรงกายแรงใจในการกระทำสิ่งที่ดีให้แก่ตัวคุณเองและโลกใบนี้อย่างแน่นอน” นอกจากสิ่งดี ๆ ที่มอบให้กับผู้ฟังแล้ว TEDxChula ก็ได้มอบหลายสิ่งให้กับหมิวจากการเป็นหนึ่งในทีมงานเช่นกัน เธอคิดว่าการมาทำงานนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิด เพราะไม่ว่าจะ TED หรือ TEDx ก็ดูเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ที่สร้างแรงบันดาลใจและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจึงไม่ลังเลที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ ซึ่งสิ่งที่ได้รับกลับมาตลอดการทำงานหลายเดือนก็ไม่ทำให้เธอผิดหวังทั้งประสบการณ์ ทักษะทำงานร่วมกับผู้อื่น ความเสียสละและความอดทน “สิ่งที่ไม่เหมือนกับการทำกิจกรรมอื่นเลย คือ เรื่องของความเป็น TED ตลอดระยะเวลาการทำงานร่วมกันกับทีมงาน ทุกการ Brief ทุก Keyword ทุก Theme ที่ร่วมกันคิด มันเป็นเหมือนได้ซึมซับการส่งต่อสิ่งดี ๆ เพราะเราก็อยากทำให้ผู้ฟังรับรู้และเข้าใจสิ่งที่เราจะสื่อออกไปได้มากที่สุด หลังจากนี้ก็คงยึดหลักความเชื่อในพลังการส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้แก่ทุกคนเลยทีเดียว” หมิวกล่าวทิ้งท้าย สิ่งที่ไม่เหมือนกับการทำกิจกรรมอื่นเลย คือ เรื่องของความเป็น TED ตลอดระยะเวลาการทำงานร่วมกันกับทีมงาน ทุกการ Brief ทุก Keyword ทุก Theme ที่ร่วมกันคิด มันเป็นเหมือนได้ซึมซับการส่งต่อสิ่งดี ๆ  

Chula Life

4 เคล็ด(ไม่)ลับพาหนีโสด ฉบับเด็กนิเทศ


โดย เมื่อ

1.อย่ามีแฟนเป็นคนในคณะ คำเตือนเรื่องหัวใจสำหรับเหล่าเด็กนิเทศก็คือ อย่ามีแฟนเป็นคนในคณะ ถ้าได้คนที่ดีเข้ากันได้และเวิร์คไปเลย จะเป็นคู่ที่เข้าใจกันสุดๆ เป๊ะปังเว่อ แต่ถ้าพลาดได้คนไม่ดี ไม่เข้าใจกัน ก็มีพังได้นะจ๊ะ เพราะถึงเลิกกัน แต่กิจกรรมคณะก็เยอะ อีเวนท์ก็แยะ ก็คงหนีหน้ากันไม่พ้นจากใต้ถุนคณะแน่ มิหนำซ้ำถ้าไปเจอว่าอดีตแฟนของเราไปปิ๊งปั๊งกับใครที่เรารู้จักในคณะอีก มีหวังได้ช้ำใจวนไปใครๆก็ช่วยไม่ได้เลยนะจ้ะนายจ๋า อีนี่ขอเตือน 2.ถ้าปี1ไม่มีแฟน จะไม่มีแฟนไป4ปี เป็นคำพูดติดปากของเหล่าเด็กนิเทศเลยก็ว่าได้ กับประโยคที่ว่า “ถ้าปี1แกยังไม่มีแฟน แกก็จะไม่มีแฟนไปทั้ง4ปีเลยนะ(เว่ย)” ซึ่งจริงๆแล้วอาจจะเป็นประโยคที่รุ่นพี่ปรมาจารย์นกทั้งหลายอยากจะบอกให้น้องปีหนึ่งรีบๆใช้ความสดใสเข้าสู้แบบเฟรชๆก่อนที่จะโดนงานและการสอบทับถมจนหมดโอกาสสะบัดส่าหรีไปซะก่อน แต่ถ้าคณะอื่นๆอยากจะมาช่วยพิสูจน์ให้ว่าความเชื่อของเด็กนิเทศอันนี้มันไม่จริง เด็กนิเทศทุกปีก็ยินดีจะสะบัดส่าหรีรอเลยจ้า   “ถ้าปี1แกยังไม่มีแฟน แกก็จะไม่มีแฟนไปทั้ง4ปีเลยนะ(เว่ย)” 3.เข้าคณะแล้วเลิกกับแฟน ไม่รู้ว่าพอเข้ามาในคณะแล้วเจอทั้งเฟรชชี่น้องใหม่หน้าใส ทั้งรุ่นพี่สุดเท่แสนเอาใจ หรือเพราะในคณะมีแต่คนหน้าตาดี เลยทำให้เหล่าเฟรชชี่ที่เข้ามาพากันหวั่นไหว โรคหัวใจกำเริบเลิฟ หันมาสวมคอนเวิร์ส โบกมือลาแฟนที่เคยคบมากันถ้วนหน้า แต่เอ๊ะ บางคนก็บอกว่าเป็นเพราะว่าวิถีชีวิตของนิเทศต่างหากที่ทำให้เหล่าเฟรชชี่ต้องกลับมาห่มสาหรีสวัสดีความโสดกันอีกครั้ง เพราะกิจกรรมในคณะ และภาระงานอีกมากมายที่กองกันสูงประหนึ่งเทือกเขาหิมาลัย ทำให้เวลาของเหล่าเด็กนิเทศแทบจะไม่เหลือ คู่รักที่ไม่เข้าใจว่าทำไม๊ ทำไมพวกเด็กนิเทศจะต้องมาเต้น มาทำละคร มาตอกฉากกันนักหนา เวลาไม่มีให้แบบนี้ ก็ไม่รู้ว่างานยุ่งจริงหรือเธอแอบมีใคร คงไม่แปลกที่หวานใจแต่ละคนในคณะจะทนไม่ไหว ได้แต่ขอเซย์กู้ดบายกันทั้งนั้น แต่เด็กนิเทศก็อยากจะกระซิบบอกเหลือเกินว่า วอนสังคมเห็นใจพวกเราด้วย ตอนนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าระหว่างไฟจากการเผางานของนิเทศ กับความฮ็อตปรอทแตกของพี่ราม พระเอกละครปีนี้ อะไรจะร้อนแรงไปกว่ากัน 4.ทำฉากแล้วได้แฟน ก่อนที่ละครนิเทศของทุกปีจะได้แสดงให้กับคนดูได้ดูกัน เด็กนิเทศทั้งสี่ชั้นปีก็ต้องรวมตัวช่วยกันทำฉากละครที่ใต้ถุน กลายเป็นแหล่งที่ทำให้รุ่นพี่ รุ่นน้อง และเพื่อนๆได้มาพบปะกัน ใครทำฉากมือเลอะ ก็มีคนป้อนน้ำป้อนขนม นั่งทำฉากด้วยกันไป นั่งมองตากันไป ก็อาจจะเกิดปิ๊งปั๊งกันขึ้นมาได้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าปีนี้เหล่าทีมงานทำฉากจะพากันสะบัดส่าหรีหนีโสด ตามชื่อละครปีนี้รึเปล่าน้า แต่ที่แน่ๆฉากละครปีนี้จะต้องเลิศแน่นอน ถ้าอยากรู้ว่าพลังรัก เอ้ย! พลังการร่วมแรงร่วมใจของเด็กนิเทศจะออกมายิ่งใหญ่แค่ไหน ก็อย่าลืมตีตั๋วมาเข้าชมกันนะจ๊ะนายจ๋า เพราะปีนี้ละครนิเทศฯเค้ามาในชื่อเรื่อง “Bharata Shaadi สะบัดส่าหรี หนีโสด” เรื่องราวเกิดขึ้นในเมืองที่ “ความโสดเป็นเรื่องต้องห้าม” สาวฮอตประจำเมืองอย่าง “เอช่า” กำลังยิ้มร่า เตรียมตัวสะบัดส่าหรีเข้าพิธีวิวาห์ แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น! เมื่อว่าที่สามีแสนดีของเธอกลับสลัดรักเธอไปอย่างกะทันหันและไร้เยื่อใย หนทางเดียวที่เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างปกติสุข คือการตามหาเจ้าบ่าวมาเข้าพิธีวิวาห์แทนให้เร็วที่สุด ก่อนที่ความโสดซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวเมืองหยามเหยียดที่สุดจะสร้างปัญหาให้กับเธอ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเมื่อชายหนุ่มที่เธอต้องการมัดใจคือ “ราม” หนุ่มเจ้าสำราญที่เธอเคยฝากแผลใจไว้ให้เจ็บปวดเมื่อครั้งอดีต ปฏิบัติการมัดใจโจทก์รักเก่าครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่? เรื่องราวระหว่างความรักและความแค้นจะลงเอยอย่างไร? มาร่วมลุ้นและหาคำตอบไปพร้อม ๆ กับพวกเขาได้ในละครเวทีนิเทศจุฬาฯ ปีนี้ ขอเชิญผู้ชมที่สนใจร่วมลุ้นไปกับภารกิจหนีโสดสุดมันครั้งนี้ สะบัดเงินเข้ามาซื้อบัตรกัน และมาร่วมสะบัดส่าหรีกันในวันที่ 17-19 และ 24-26 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงภาพยนตร์สกาลา สยามสแควร์ ราคาบัตร 250, 300 และ 350 บาท สถานที่จำหน่ายบัตร คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00 – 18.00น. หรือซื้อออนไลน์ผ่าน www.showbooking.com  

Interview

มาร์ช มาวีร์: PR งาน TEDxChula ที่ทำมากกว่าแค่ขายบัตรให้หมด


โดย เมื่อ

หลายคนคงรู้จัก TED กันดีว่าเป็นเวทีที่สร้างแรงบันดาลใจกับผู้คนมากมาย แล้วถ้าพูดถึง TEDx ล่ะรู้จักของที่ไหนบ้าง? แต่เชื่อไหมว่าคำถามนี้ไม่ใช่แค่ผู้ชมอย่างเรา ๆ ที่สงสัย เหล่าทีมงานเองก็สงสัยเหมือนกันว่าจะทำอย่างไรให้ TEDx ของตนเป็นที่รู้จักมากที่สุดโดยเฉพาะทีมพีอาร์ที่ประโยคนี้คงวนเวียนอยู่ในหัวหลายครั้งต่อวัน และความท้าทายนี้ก็ทำให้ใครหลายคนอยากลองทำฝ่ายนี้ดูสักครั้งรวมถึง มาร์ช-มาวีร์ รอบบรรเจิด นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี ที่เลือกมาทำตำแหน่ง วางแผนการตลาด (marketing planner) ของทีมพีอาร์งาน TEDxChula ครั้งล่าสุด “ผมเชื่อว่า ทุกคนมีประสบการณ์หรือไอเดียความคิดที่น่าสนใจและมีคุณค่าแก่การเผยแพร่ และ TED ก็คือสถานที่ที่จะสามารถถ่ายทอดสิ่งดี ๆ เหล่านี้ไปสู่คนจำนวนมากได้ ผมก็เลยอยากที่จะเป็นคนๆ หนึ่งที่จะได้มีส่วนร่วมในการส่งต่อแนวคิดดี ๆ ไปให้กับคนอื่น ๆ ได้มากที่สุด” ความท้าทายของงานพีอาร์ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้คนรู้จักมากที่สุด แต่เป็นเข้าใจอย่างถูกต้องครบถ้วนที่สุด มาร์ชจึงเลือกเน้นช่องทางโซเชียลมีเดียเป็นหลักเพราะเข้าถึงผู้ชมได้มากและสื่อสารได้ตรงสิ่งที่ต้องการจะสื่อ (key message) ที่สุดซึ่งสิ่งสำคัญก็คือต้องทำเนื้อหา (content) ให้ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายหลักและเข้าถึงง่าย นอกจากบนพื้นที่สื่อออนไลน์แล้วสื่อออฟไลน์อย่างสื่อสิ่งพิมพ์ก็เป็นสิ่งที่มาร์ชต้องรับผิดชอบเช่นกันการวางแผนล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่เหนือสิ่งอื่นใดเขามองว่าการลงมือทำตามแผนที่วางไว้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเพราะเขาเชื่อว่าถ้าเกิดวางแผนไว้ดีแล้วแต่ไม่สามารถทำตามแผนได้ก็ไม่มีความหมาย เมื่อถามถึงจุดเส้นชัยของฝ่ายนี้ เขาตอบว่า “สำหรับการ PR อื่น ๆ งานสำเร็จอาจจะหมายถึงการขายบัตรหมด หรือมีคนมาดูเยอะๆ แต่สำหรับผม ผมมองว่างานจะสำเร็จจริงๆก็ต่อเมื่อมีคนมาดูงานของเราแล้วเขาได้รับแนวคิดดีๆหรือแรงบันดาลใจกลับบ้านไป ที่สำคัญคือสามารถนำเอาไปปรับใช้ได้จริงและเกิดการส่งต่อให้กับคนรอบข้าง เกิดเป็นแนวคิดดีๆสร้างผลสะท้อนเชิงบวก (positive impact) ให้กับสังคมของเราครับ” สำหรับการ PR อื่น ๆ งานสำเร็จอาจจะหมายถึงการขายบัตรหมด หรือมีคนมาดูเยอะๆ แต่สำหรับผม ผมมองว่างานจะสำเร็จจริงๆก็ต่อเมื่อมีคนมาดูงานของเราแล้วเขาได้รับแนวคิดดีๆหรือแรงบันดาลใจกลับบ้านไป ที่สำคัญคือสามารถนำเอาไปปรับใช้ได้จริง ทั้งภาระงานและความยากของฝ่ายพีอาร์คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำทั้งหมดนี้ได้เพียงคนเดียว มาร์ชจึงขอยกความสำเร็จนี้ให้กับทีมของเขาด้วย “ผมคิดว่าปัจจัยหลักที่ทำให้งานนี้สำเร็จเลยก็คือ การทำงานเป็นทีม (teamwork) และ ความรับผิดชอบ (commitment) ครับ เพราะว่า TED นั้นไม่ใช่งานที่คนคนเดียวจะทำให้สำเร็จได้ เราจึงต้องมีทีมที่พร้อมจะมาร่วมมือกันทำงานนี้ ถ้าเกิดขาดคนใดคนหนึ่งในทีมนี้ไป ผมเชื่อว่างานนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นมาได้เลย และงานนี้เป็นงานที่จะต้องใช้เวลาเตรียมตัวมาก คนในทีมของเราจึงต้องมีความตั้งใจที่เหมือนกันและมุ่งมั่นอยากที่จะทำให้งานจึงจะทำให้งานนี้สำเร็จขึ้นมาได้ครับ” เนื่องจากต้องทำงานเป็นทีมและประสานกับหลายฝ่ายปัญหาหลักจึงหนีไม่พ้นเรื่องของการสื่อสารแต่การเรียนรู้และความรอบคอบก็ช่วยให้ปัญหานี้ลดลงได้ ซึ่งตรงนี้เองทำให้เขาได้รู้ว่าการทำงานจริง ๆ แตกต่างจากในห้องเรียน แต่ก็ทำให้ได้รู้จักเพื่อนใหม่มากขึ้น และที่สำคัญคือทำให้รู้สึกดีจากการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งต่อความคิดที่ดี ๆเหล่านี้ไปสู่คนอื่นอีกหลายคน TED นั้นไม่ใช่งานที่คนคนเดียวจะทำให้สำเร็จได้ เราจึงต้องมีทีมที่พร้อมจะมาร่วมมือกันทำงานนี้ ถ้าเกิดขาดคนใดคนหนึ่งในทีมนี้ไป ผมเชื่อว่างานนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นมาได้เลย แน่นอนว่านอกจาก TEDx จะให้แรงบันดาลใจกับคนที่มาฟังแล้ว ทีมงานอย่างมาร์ชเองก็ได้รับสิ่งดี ๆ เช่นกัน “เมื่อทำงานตรงนี้เรื่อยๆมันทำให้เราเรียนรู้อะไรเยอะมากโดยเฉพาะการเรียนรู้จากปัญหา เลยทำให้เชื่อมั่นว่าทุกความสำเร็จมันต้องมีอุปสรรคเสมอ ถ้ามันไม่มีอุปสรรคแสดงว่าเราไม่ได้ทำอะไรเลย เราก็พยายามช่วยกันแก้ทำให้ผ่านอุปสรรคต่าง ๆ จนทำให้เรามีความเชื่ออีกว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอถ้าเราช่วยกันแก้ไขครับ บางครั้งสำหรับเรามันอาจจะเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก แต่ถ้าเราปรึกษาคนอื่น ๆ หรือช่วยกันปัญหามันอาจจะเล็กมาก ๆ แล้วแก้ไขได้ไม่ยากครับ”

Latest Publications

CHU! Magazine
ฉบับที่ 5 มีนาคม 2560
CHU! Magazine
ฉบับที่ 4 ตุลาคม 2559
CHU! Magazine
ฉบับที่ 3 พฤษภาคม 2559
CU Health Fair Booklet
มีนาคม 2559
CHU! Magazine
ฉบับที่ 2 พฤศจิกายน 2558
CHU! Magazine
ฉบับที่ 1 ตุลาคม 2558
CU Today
ปีที่ 6 ฉบับที่ 4 มีนาคม 2558
CU Today
ปีที่ 6 ฉบับที่ 3 มกราคม 2558
CU Today
ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 ตุลาคม 2557
ปิดโหมดสีเทา